ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 335, 83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11 กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 1,000 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 วรรคสอง, 83 จำคุกคนละ 1 ปี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพยืจำนวน 1,000 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ที่ดินของผู้เสียหายกับที่ดินของจำเลยที่ 1 อยู่ใกล้เคียงกัน โดยมีคลองดอนมะปรางเป็นแนวเขต ผู้เสียหายกับจำเลยที่ 1 ได้ปลูกต้นจากสาคูลงไว้ในส่วนที่ดินของตนและในคลองแนวเขตจำเลยที่ 1 เป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 2 ไปตัดต้นจากสาคูเพื่อจำหน่ายแล้วแบ่งรายได้ระหว่างจำเลยทั้งสอง แผนที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.4ที่ร้อยตำรวจโทจีระศักดิ์ แผ้วชนะ พนักงานสอบสวนทำไว้ถูกต้องปัญหาว่าต้นจากสาคูที่จำเลยที่ 1 ใช้ให้จำเลยที่ 2 ตัดเอาไปเป็นของผู้เสียหายหรือไม่ โจทก์มีประจักษ์พยานคือนางสายพิน หนูเกตุผู้ดูแลที่ดินของผู้เสียหายมาเบิกความว่าวันเกิดเหตุเห็นจำเลยที่ 2ตัดต้นจากสาคูทางด้านที่ดินของผู้เสียหายขึ้นมาถึงริมตลิ่งได้สอบถามแล้ว จำเลยที่ 2 ว่าจำเลยที่ 1 ใช้ให้มาตัดไปขายประจักษ์พยานโจทก์ปากนี้ไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้งสองแต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุที่จะระแวงสงสัยว่าแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยทั้งสอง เมื่อพิเคราะห์ประจักษ์พยานโจทก์ปากนี้ประกอบแผนที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.4 ที่แสดงถึงอาณาเขตคลองดอนมะปรางกับถ้อยคำของนายมุม ทิพย์มุณี พยานโจทก์ซึ่งเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านว่า เมื่อตนดำรงตำแหน่งราษฎรมีเหตุวิวาทเรื่องแนวเขตที่ดินและต้นจากสาคู ได้ประชุมตกลงให้ถือว่าต้นจากสาคูขึ้นในที่ดินของบุคคลใดบุคคลนั้นเป็นเจ้าของ และให้ถือร่องคลองตรงกลางเป็นแนวเขต ซึ่งจำเลยที่ 2 ผู้เสียหายและบิดาจำเลยที่ 1 มาร่วมประชุมรับทราบแล้ว เห็นว่า ตามพฤติการณ์ดังกล่าว จำเลยทั้งสองต้องทราบดีว่าต้นจากสาคูที่จำเลยที่ 2 ตัดไปเป็นของผู้เสียหาย เพราะขณะเกิดเหตุพนักงานสอบสวนก็ว่ายังมีร่องน้ำตรงกลางคลองอยู่เมื่อจำเลยที่ 2 ตัดไปขาย จึงเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์

แต่สำหรับจำเลยที่ 1 นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1เป็นผู้ใช้ให้จำเลยที่ 2 ไปลักทรัพย์ดังกล่าว โดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้ไปร่วมลักทรัพย์ด้วย ถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นตัวการในการกระทำผิดดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และฟ้องของโจทก์ก็มิได้บรรยายว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดตามมาตรา 84 เพียงแต่ว่า จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ร่วมกันลักทรัพย์รายนี้ จะลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นผู้ใช้ให้กระทำผิดไม่ได้ แต่การกระทำของจำเลยที่ 1 ถือได้ว่า เป็นการสนับสนุนให้จำเลยที่ 2 กระทำผิดตามมาตรา 86 ซึ่งแม้มิได้กล่าวในฟ้องศาลก็ลงโทษจำเลยที่ 1 ในฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดฐานลักทรัพย์รายนี้ได้"

พิพากษากลับว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบด้วยมาตรา 86 จำคุก8 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 จำคุก1 ปี จำเลยทั้งสองให้การในชั้นสอบสวนและในชั้นศาลเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 เดือน 10 วัน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 8 เดือน ไม่ปรากฏว่า จำเลยทั้งสองได้เคยกระทำผิดมาก่อนและทรัพย์มีราคาเล็กน้อย โทษจำคุกจำเลยทั้งสองเห็นสมควรรอการลงโทษไว้มีกำหนดสองปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 1,000 บาท แก่ผู้เสียหาย.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th