ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1-2-3 ได้จ่ายสุรา (แอลกอฮอล์) แล้วลงบรรจุในถังเหล็กเคลือบสังกะสี 10 ถัง ซึ่งอยู่ในเรือบางยี่ขัน 8, 9 รวมน้ำสุรา 18,000 ลิตร โดยไม่เสียภาษีสำหรับสุราที่ทำได้และไม่ปิดแสตมป์สุราที่ภาชนะบรรจุสุรา ทั้งไม่อยู่ในความควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วจำเลยทั้ง 9 ทำการขนย้ายสุรานี้ไปจากตำบลประตูชัย ไปยังตำบลบ้านป้อม ออกจากโรงงานสุราโดยมิได้รับอนุญาตฯลฯ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติสุรา
จำเลยทั้ง 9 ปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยมิได้มีเจตนาที่จะกระทำความผิด การกระทำของจำเลยไม่ครบองค์แห่งความผิด จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. 2473 มาตรา 7 บัญญัติว่าผู้ใดรับใบอนุญาตทำสุรา ฯลฯ ต้องเสียภาษีสำหรับสุราที่ทำได้โดยปิดแสตมป์ที่ภาชนะบรรจุสุราในความควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ก่อนขนสุราออกจากโรงงานสุราฯ" มาตรา 13 บัญญัติว่า "ห้ามมิให้ผู้ใดทำการขนสุราที่ยังมิได้เสียภาษีโดยถูกต้องออกจากโรงงานสุราฯ"
ตามนี้จะเห็นได้ว่าหลักเกณฑ์ที่ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนอันจะเป็นความผิดตามบทมาตราดังกล่าว จะต้องขนสุราออกจากโรงงานสุราแล้วหากยังไม่ได้ขนสุราออกจากโรงงานสุรา ก็ยังหามีความผิดตามนั้นไม่คำว่า โรงงานสุรานั้น เห็นว่าย่อมหมายรวมถึงบริเวณหรือเขตโรงงานสุราด้วย กล่าวคือถ้าสุรานั้นยังอยู่ภายในบริเวณหรือเขตของโรงงานสุราแล้ว แม้จะมีการขนเคลื่อนย้ายโดยมิได้เสียภาษีและปิดแสตมป์ให้ถูกต้อง ก็ยังหาเป็นความผิดไม่
สำหรับคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าการที่จำเลยเคลื่อนย้ายเรือซึ่งบรรทุกสุรา ไปจอดที่ปากคลองของโรงงานนั้นยังไม่พ้นเขตโรงงาน ซึ่งต้องหมายความว่า ยังไม่ออกพ้นจากเขตหรือบริเวณโรงงาน หรืออีกนัยหนึ่งยังไม่ได้ขนสุราออกจากโรงงานนั่นเอง ฉะนั้นจึงยังไม่เป็นความผิด ศาลฎีกาพิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


