ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 41, 42, 66 ทวิ วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 70 ให้จำคุก 6 เดือน และปรับ 100,000 บาท กับปรับรายวัน วันละ 1,000 บาท นับแต่วันที่ 8 มีนาคม 2547 จนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 50,000 บาท กับปรับรายวัน วันละ 500 บาท นับแต่วันที่ 8 มีนาคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน คดีถึงที่สุด ต่อมาวันที่ 27 สิงหาคม 2556 จำเลยนำค่าปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น 1,604,500 บาท มาชำระแก่ศาลชั้นต้น ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอรับเงินค่าปรับดังกล่าวตามพระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 มาตรา 6 และพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 66
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิได้รับเงินค่าปรับที่จำเลยชำระตามคำพิพากษาหรือไม่ โดยผู้ร้องฎีกาว่า พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 66 (2) บัญญัติว่า "เทศบาลอาจมีรายได้ดังต่อไปต่อนี้…(2)…ค่าปรับตามแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้" และพระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 มาตรา 6 บัญญัติว่า "… ค่าปรับเนื่องในกิจการซึ่งเทศบาลได้รับมอบให้เป็นเจ้าหน้าที่อนุวัติการตามกฎหมายใด ให้เป็นรายได้ของเทศบาลนั้น" เมื่อผู้ร้องเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่อนุวัติการตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับค่าปรับดังกล่าว เห็นว่า พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 34 วรรคหนึ่ง กำหนดให้บรรดาเงินที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์… ให้นำส่งคลังตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การดำเนินการเกี่ยวกับเงินตามบทบัญญัตินี้จึงมีข้อต้องพิจารณาว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่หน่วยงานของรัฐนั้น ๆ จัดเก็บหรือได้รับไว้เป็นกรรมสิทธิ์หรือไม่ เมื่อเงินค่าปรับดังกล่าวศาลชั้นต้นซึ่งเป็นหน่วยงานของศาลยุติธรรมและเป็นหน่วยงานของรัฐจัดเก็บหรือรับไว้เป็นกรรมสิทธิ์จึงมีหน้าที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมาย แม้พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 มาตรา 66 (2) กำหนดให้เทศบาลอาจมีรายได้จากค่าปรับตามแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้ และพระราชบัญญัติรายได้เทศบาล พ.ศ. 2497 มาตรา 6 กำหนดให้บรรดาค่าปรับเนื่องในกิจการซึ่งเทศบาลได้รับมอบให้เป็นเจ้าหน้าที่อนุวัตการตามกฎหมายใด ให้เป็นรายได้ของเทศบาลนั้นก็ตาม แต่เงินค่าปรับดังกล่าวต้องเป็นกรณีที่ผู้ร้องจัดเก็บหรือได้รับไว้เองอันเนื่องมาจากการปฏิบัติตามกฎหมายที่มอบให้เป็นหน้าที่ของผู้ร้องโดยตรงด้วย ทั้งตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ผู้ร้องอ้างว่ามีหน้าที่อนุวัตการตามกฎหมายนั้น คงมีเพียง มาตรา 74 วรรคหก เท่านั้นที่กำหนดให้เฉพาะค่าปรับที่เปรียบเทียบโดยคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีตกเป็นของราชการส่วนท้องถิ่นโดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน โดยเป็นการบัญญัติโยงกับความผิดฐานต่าง ๆ ตามที่คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีมีอำนาจเปรียบเทียบปรับได้ตามมาตรา 74 วรรคสอง เ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2343/2562
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

