ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก 2 คน ร่วมกันใช้ไม้ท่อนเป็นอาวุธตีทำร้ายนายเกรียงไกร โดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายเกรียงไกรถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ตายมีเรื่องทะเลาะวิวาทและชกต่อยกับจำเลยจำเลยสู้ไม่ได้จึงไปเรียกนาย ส. และนาย ข. เพื่อนของจำเลยให้มาช่วย นาย ส. กับนาย ข. มารุมชกต่อยจนผู้ตายร้องว่ายอมแพ้ นาย ส. กับนาย ข. ยังไม่หยุดได้ใช้ไม้ตีผู้ตาย จำเลยเห็นว่าทำรุนแรงเกินไปจึงเข้าห้ามปราม แต่นาย ส. กับนาย ข. ไม่ยอมฟังเสียงจำเลย บอกว่าจะเอาให้ตาย เมื่อผู้ตายวิ่งหนีไปแล้ว นาย ส. กับนาย ข. ยังวิ่งไล่ตามไปและใช้ไม้ตีผู้ตายจนถึงแก่ความตาย แล้ววินิจฉัยว่า จำเลยเรียกนาย ส. กับนาย ข. มาเพื่อชกต่อยกับผู้ตายนาย ส. กับนาย ข. ได้รุมชกต่อยจนผู้ตายยอมแพ้แล้ว เมื่อนาย ส. กับนาย ข. ใช้ไม้ตีผู้ตายอีกจำเลยเห็นว่ารุนแรงเกินไปจึงเข้าห้ามปราม ดังนี้ การร่วมกระทำผิดของจำเลยย่อมยุติลงเพียงนั้น การที่นาย ส. กับนาย ข. ใช้ไม้ตีผู้ตายอีกและวิ่งไล่ตามออกไปตีผู้ตายจนผู้ตายถึงแก่ความตาย เป็นการกระทำของนาย ส. กับนาย ข. โดยลำพัง ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำของจำเลยด้วย การที่จำเลยเป็นผู้พาพวกมาทำร้ายผู้ตาย หาเป็นผลให้ถือว่าการทำร้ายของพวกจำเลยเป็นการทำร้ายของจำเลยด้วยตลอดไปไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


