ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีนี้ ได้ความว่า ที่พิพาทที่โจทก์ฟ้องนี้ เดิมเป็นทางสาธารณะแต่เป็นทางไม่ตรง กรมการอำเภอจึงได้ตัดใหม่ เมื่อ 8-9 ปีมาแล้วถนนสายใหม่นี้ผ่านเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ดังนั้นนายอำเภอจึงยกที่ถนนเก่าตอนพิพาทนี้ ซึ่งราษฎรมิได้ใช้เดินแล้วนั้นให้แก่โจทก์ แต่มิได้ทำหลักฐานอะไร โจทก์ได้เข้าไปครอบครองที่นั้นโดยได้ปลูกสัปปะรสและมะพร้าว ต่อมาจำเลยได้มาทำรั้วล้อมเอาที่พิพาทเสีย โจทก์จึงฟ้องจำเลย ให้รื้อรั้วออกไปให้พ้นเขตที่ของโจทก์

จำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทไม่ใช่ที่ของโจทก์ หากเป็นที่สาธารณะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อรั้วออกไปให้พ้นที่พิพาทห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องในที่พิพาทต่อไป

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อที่พิพาทเป็นทางเดินสาธารณะ ซึ่งราษฎรเคยใช้ร่วมกันแล้ว ที่พิพาทนั้นก็เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1304(2) นายอำเภอจะเอาไปยกให้โจทก์ด้วยปากเปล่าไม่ได้เป็นโมฆะ แต่สาธารณะสมบัติของแผ่นดินอย่างนี้อยู่ในความดูแลรักษาของอำเภอ เมื่อนายอำเภออนุญาตให้โจทก์เข้าใช้ที่นี้ได้ และโจทก์ก็ได้เข้าไปปลูกต้นมะพร้าวและสัปปะรสไว้ตามที่ได้รับอนุญาต จำเลยก็ไม่มีสิทธิอะไรดีกว่าโจทก์ฉะนั้นจำเลยจะมาทำรั้วล้อมที่พิพาทเอาเป็นของตนเสียไม่ได้จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ บังคับให้จำเลยรื้อรั้วออกไปจากที่พิพาท ฯลฯ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th