ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ทั้งแปดฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์2526 บริษัทจำเลยถูกเพลิงไหม้ จำเลยจึงหยุดงานและไม่จ่ายค่าจ้างนับแต่วันดังกล่าวให้แก่โจทก์ โดยจำเลยยังไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างตามกำหนดจ่ายค่าจ้าง นับแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์2526 จนกว่าจำเลยจะรับโจทก์กลับเข้าทำงาน

จำเลยให้การว่า โรงงาน อาคาร และอุปกรณ์เครื่องมือของจำเลยถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ จึงต้องหยุดกิจการชั่วคราวเพื่อซ่อมแซมและเป็นเหตุสุดวิสัยโดยมิใช่ความผิดของจำเลยโจทก์ทั้งแปดไม่ได้ทำงานให้แก่จำเลย จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าจ้างเอาจากจำเลยขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยยังไม่เลิกโจทก์พร้อมที่จะชำระหนี้ให้จำเลยด้วยการทำงาน จำเลยจะยกเอาเหตุที่ไม่มีงานให้โจทก์ทำเพื่อไม่จ่ายค่าจ้างหาชอบไม่ และไม่ใช่ความผิดของโจทก์ แต่จะให้จำเลยจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวนตลอดเวลาที่โรงงานหยุดกิจการเพื่อซ่อมแซมย่อมไม่เป็นธรรมแก่จำเลย ควรกำหนดจำนวนเงินเป็นค่าเสียหายแทนค่าจ้างงวดละ500 บาท นับแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2526 จนกว่าจำเลยจะรับโจทก์เข้าทำงานตามปกติ หรือจนกว่าสัญญาจ้างจะสิ้นสุด

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า หนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยเกิดแต่สัญญาต่างตอบแทน การชำระหนี้ของโจทก์อยู่ที่การต้องทำงานให้แก่จำเลยการชำระหนี้ของจำเลยอยู่ที่การชำระสินจ้างให้แก่โจทก์ การมอบงานหรือสั่งให้โจทก์ทำงานเป็นสิทธิและหน้าที่ของจำเลย จำเลยอาจไม่มอบงานหรือสั่งให้โจทก์ทำงานก็ได้ แต่ต้องจ่ายสินจ้างให้ตลอดเวลาที่ตกลงจ้างกันจนกว่าจะมีการเลิกสัญญาจ้าง การที่จำเลยหยุดกิจการเพราะซ่อมแซมโรงงานที่ถูกเพลิงไหม้มิได้เป็นเหตุขัดขวางอย่างใดที่จะทำให้ถึงแก่จำเลยจ่ายสินจ้างให้โจทก์ไม่ได้เพราะยังไม่พ้นวิสัยที่จำเลยจะชำระหนี้จ่ายสินจ้างให้โจทก์

ข้ออุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า จำเลยมิได้เป็นฝ่ายผิดสัญญาจ้างแรงงานศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายแทนสินจ้าง เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า เงินที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายแก่โจทก์นั้น เนื้อแท้ก็คือสินจ้าง หาใช่ค่าเสียหายที่จำเลยผิดสัญญาไม่ จึงเป็นการใช้ถ้อยคำสับสนกัน ไม่เป็นข้อที่จำเลยจะยกขึ้นมาอ้างให้ชนะคดีได้

ข้ออุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า โรงงานของจำเลยถูกเพลิงไหม้เสียหายหมดไม่สามารถจัดให้ลูกจ้างทำงานได้ ถือว่าสัญญาจ้างสิ้นไปโดยปริยาย นั้น เห็นว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง จึงไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th