ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าที่โจทก์เช่ามาโดยอ้างว่าจำเลยอาศัย
จำเลยต่อสู้ว่า ไม่ได้อาศัยห้องเช่าพิพาทเดิมบิดาโจทก์จำเลยเป็นผู้เช่าจากเจ้าของ ต่อมาบิดาตาย บรรดาทายาทคงอยู่อาศัยและค้าขายในตึกรายพิพาทร่วมกัน ต่อมาโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของบิดาตามคำสั่งศาลทายาททุกคนได้แสดงเจตนาขอเช่าตึกพิพาทต่อไป แต่เพื่อความสดวกได้ให้โจทก์เป็นผู้เซ็นสัญญาเช่าแทน ฯลฯ
ศาลชั้นต้นฟังตามข้อต่อสู้ของจำเลย จึงพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีเช่นนี้ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้แล้วว่าการที่จำเลยสืบว่าโจทก์อยู่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของจำเลยนั้นเป็นการนำสืบความจริงในระหว่างตัวแทนกับตัวการอันเป็นลักษณะส่วนหนึ่งแห่งกฎหมาย มิใช่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารสัญญาเช่าจึงชอบที่กระทำได้ ทั้งเป็นการตีความที่ตรงกับเจตนาด้วย จึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


