ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมแทงพลตำรวจเสงี่ยม บาดเจ็บสาหัส เนื่องจากพลตำรวจเสงี่ยมห้ามไม่ให้จำเลยประพฤติวุ่นวายอันเป็นการกระทำตามหน้าที่ นอกจากนี้จำเลยได้ใช้มีดแทงผู้อื่นบาดเจ็บ 3 คน และตาย 1 คน โดยจำเลยมีเจตนาจะฆ่าให้ตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 297, 298, 295
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง แต่ให้ลงโทษจำเลยในกระทงหนัก คือ ฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 91 จำคุก 20 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยใช้มีดแทงนางเชยตรงบริเวณหน้าอกเหนือหัวใจจนทะลุใน ครั้นนางเชยล้มลงแล้ว จำเลยคร่อมจะแทงซ้ำอีกเช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาจะฆ่านางเชยให้ตาย ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า เมื่อได้ความว่าพลตำรวจเสงี่ยมถูกจำเลยทำร้ายขณะที่ลาหยุดราชการ ไม่ควรถือว่าจำเลยทำร้ายเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่นั้น ความข้อนี้ปรากฏว่าพลตำรวจเสงี่ยมเป็นตำรวจรับราชการประจำสถานีตำรวจภูธรท่าฉาง ท้องที่เกิดเหตุ ได้มาเที่ยวในงานระหว่างลาหยุดราชการ แล้วจ่าสิบตำรวจเนียมวานให้ช่วยรักษาความสงบในงานนั้นด้วย ครั้นเห็นจำเลยเมาสุรา พลตำรวจเสงี่ยมจึงพูดจาตักเตือน ย่อมถือได้ว่าการที่พลตำรวจเสงี่ยมถูกจำเลยแทงก็เพราะเหตุที่ได้กระทำการตามหน้าที่ ห้ามปรามจำเลยไม่ให้แสดงกิริยาเมามายในที่ประชุมชน ที่ศาลล่างพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องชอบแล้ว
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


