ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย)เด็ดขาดไว้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2539 และมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลายเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2540 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์พัฒนาเงินทุน จำกัด เจ้าหนี้ ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นเงิน126,097,468.21 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีความเห็นว่า เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 ทำหนังสือถึงลูกหนี้ ทวงถามให้จัดการชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินแต่ลูกหนี้ไม่ได้นำเงินมาชำระ หรือปฏิเสธเป็นหนังสือมายังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ภายในกำหนด หนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ทวงถามไปถือเป็นหนี้เด็ดขาด เจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาได้ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จึงหมดสิทธิที่จะเรียกร้องเอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ และย่อมต้องห้ามมิให้ขอรับชำระหนี้

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เจ้าหนี้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

เจ้าหนี้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มีหนังสือทวงหนี้ให้ลูกหนี้ชำระหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินภายในกำหนดเวลา 14 วันนับแต่วันได้รับหนังสือ เป็นการดำเนินการทวงหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 เมื่อลูกหนี้ได้รับหนังสือทวงถามโดยชอบแล้วเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2529 ลูกหนี้มิได้ปฏิเสธหนี้ที่ทวงถามภายในกำหนดเวลา 14 วัน ต้องถือว่าลูกหนี้เป็นหนี้กองทรัพย์สินของเจ้าหนี้ตามจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มีหนังสือแจ้งไปเป็นการเด็ดขาดโดยถึงที่สุดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2529 อันเป็นวันถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาให้ปฏิเสธหนี้ ซึ่งต้องถือเสมือนว่าลูกหนี้เป็นหนี้ตามคำพิพากษาเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2529 จากนั้นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้มีอำนาจขอให้ศาลออกคำบังคับแก่ลูกหนี้ให้ปฏิบัติตามคำบังคับได้และถ้าลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ก็อาจมีคำขอให้ศาลออกหมายบังคับคดีเสมือนหนึ่งว่าลูกหนี้นั้นเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา กรณีเช่นนี้พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มิได้มีบทบัญญัติเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการบังคับคดีไว้โดยเฉพาะซึ่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 กำหนดให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม จึงอนุโลมใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอบังคับคดีภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2529 อันถือเสมือนว่าเป็นวันมีคำพิพากษา มิใช่นับแต่วันที่ศาลออกคำบังคับดังที่เจ้าหนี้ฎีกา เพราะการออกคำบังคับเป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้นที่จะให้มีการดำเนินการบังคับคดีต่อไปเท่านั้น เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2539 ย่อมพ้นกำหนดเวลาการบังคับคดีดังกล่าวไม่อาจนำมาขอรับชำระหนี้ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำขอรับชำระหนี้รายนี้ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th