ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 83, 92, 289, 340 ที่แก้ไขแล้ว จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 340 ที่แก้ไขแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันพยายามฆ่าซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 ไว้มีกำหนดคนละ 12 ปี คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 83, 289, 340 ที่แก้ไขแล้ว ลงโทษตามมาตรา 289 ซึ่งเป็นหนัก จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 ไว้ตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ไม่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่เป็นความผิดเพียงฐานชุลมุนและบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้รับอันตรายสาหัส นั้นได้ความว่าจำเลยที่ 3 ได้พูดขู่จะเอาเงินจากนายพาน เมื่อไม่ได้ดังที่ตนขู่ จำเลยที่ 1 ที่ 3 กับพวกก็ได้ร่วมกันทำรัายนายพานทันทีการกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกจึงเป็นความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์แล้ว มีปัญหาต่อไปว่าการที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 ใช้มีดดาบทำร้ายนายพานรวมทั้งการทำร้ายนายพานกับพวกอีกหลังจากนั้นจะเป็นความผิดฐานใด ได้ความว่านอกจากการทำร้ายของจำเลยที่ 1 ที่ 3ดังกล่าวแล้ว พวกของจำเลยอีกเกือบ 20 คน ก็ได้ช่วยกันรุมทำร้ายด้วยทั้งได้ความต่อไปอีกว่าเมื่อนายพานเรียกนายพลอย ขวัญใจ ให้ลงจากเรือนมาช่วย นายพลอยกลับถูกจำเลยที่ 3 ใช้ดาบแทงท้องไส้ทะลักต้องกระโดดหนีไปซ่อนตัวที่ใต้ถุนบ้านข้างเคียงอีกคน นายประกตเยาะเย้ย พวกของผู้เสียหายซึ่งลงจากเรือนจะมาช่วยก็ได้ความว่าเมื่อลงมาถึงเพียงแค่ประตูหน้าบ้านก็ถูกจำเลยที่ 3 ใช้มีดดาบฟันอีกคน นายประกตยกมือขวาขึ้นรับ จึงถูกจำเลยที่ 3 ฟันเส้นเอ็นที่มือขาด โดยที่นายประกตยังไม่ทันได้ช่วยอะไรนายพาน นายประกตเบิกความต่อไปว่ามีความกลัวจึงได้รีบหนีขึ้นเรือน แต่จำเลยที่ 3กลังตามขึ้นมาบนเรือนอีก แล้วนายประกตก็ถูกพวกของจำเลยที่ 3คนหนึ่งใช้แป๊บน้ำตีต้นคอถึงกับสลบไปอีกคน การที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกร่วมกันทำร้ายนายพาน นายพลอยและนายประกตผู้เสียหายดังกล่าวไม่มีลักษณะเป็นการชุลมุน จำเลยที่ 1 และที่ 3 จึงไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นการชุลมุนต่อสู้กัน การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 เมื่อพิจารณาประกอบมีดดาบซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ในการกระทำผิดได้ความว่าเป็นมีดดาบปลายแหลมยาวประมาณ 1 แขน และผลของการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นผลให้นายพานได้รับบาดเจ็บถึงกระดูกซึ่โครงหักนายพลอยถูกแทงถึงไส้ทะลักนายประกตถึงกับเอ็นของนิ้วกลางนิ้วนางและนิ้วก้อยขวาฉีกขาดเพราะยกมือขึ้นรับมีดดาบเห็นได้ว่าจำเลยที่ 1และที่ 3 กับพวกมีเจตนาจะฆ่าผู้เสียหายทั้งสามให้ตาย การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 กับพวกจึงเป็นความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายและการกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 3 กับพวกดังกล่าวก็เพื่อปกปิดการกระทำผิดหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิดที่ตนกับพวกกระทำไปแล้วดังโจทก์ฟ้องนั่นเอง หาใช่เกิดจากการที่พวกจำเลยกับพวกผู้เสียหายต่างนั่งดื่มสุราอยู่ในร้านค้าแห่งเดียวกันแล้วจึงเกิดเหตุขึ้นดังที่จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกาไม่การกระทำของจำเลยที่ 1และที่ 3 กับพวก จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(7)ประกอบด้วยมาตรา 80 ด้วย ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 3ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ประกอบด้วยมาตรา 80, 83ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 1และที่ 3 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th