ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า พินัยกรรมของนางราศรี ที่จำเลยนำมาแสดงต่อศาลชั้นต้นเป็นพินัยกรรมที่ทำขึ้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนพินัยกรรม

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยแล้ว พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาและคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยต่อไป และวินิจฉัยในประเด็นอื่นที่ยังมิได้วินิจฉัยแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยในประการแรกว่า ฟ้องคดีนี้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีหมายเลขดำที่ 1520/2548 หมายเลขแดงที่ 3808/2548 ของศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า คดีหมายเลขดำที่ 1520/2547 หมายเลขแดงที่ 3808/2548 ของศาลชั้นต้น ระหว่าง นายโชคชัย ผู้ร้อง นางวิไลวรรณ ที่ 1 นายธราธิป ที่ 2 ผู้คัดค้าน เรื่องขอจัดการมรดก ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้แล้วว่า นางราศรี ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องและตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดกของนางราศรี เมื่อนางราศรีถึงแก่ความตายและมีเหตุขัดข้องในการจัดการทรัพย์มรดก จึงมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของนางราศีในคดีนี้ ข้อเท็จจริงฟังยุติได้ว่า นางวิไลวรรณ ผู้คัดค้านที่ 1 ในคดีดังกล่าวเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับโจทก์ บิดาของโจทก์และนางวิไลวรรณคือนายมิลินทร์ เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับนางราศรี เจ้ามรดก นางราศรีหย่ากับสามีและไม่มีบุตร นายมิลินทร์ถึงแก่ความตายก่อนนางราศรี ส่วนนายธราธิป บุตรบุญธรรมของนางราศรีขอสละมรดก นางวิไลวรรณและโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับมรดกแทนที่ นายมิลินทร์ทายาทโดยธรรมในลำดับที่ 3 จึงมีสิทธิรับมรดกของนางราศรี ถือว่านางวิไลวรรณและโจทก์อยู่ในฐานะเดียวกัน เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้ในคดีดังกล่าวแล้วว่า นางราศรีได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้แก่ผู้ร้องและตั้งผู้ร้องซึ่งเป็นจำเลยในคดีนี้เป็นผู้จัดการมรดกอันเป็นการวินิจฉัยว่า พินัยกรรมมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย มิใช่พินัยกรรมปลอมหรือเกิดจากการถูกหลอกลวง การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อีกโดยอ้างว่า นางราศรีไม่มีเจตนาทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้จำเลย แต่เกิดจากจำเลยกับพวกใช้อุบายหลอกลวง จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในประเด็นที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดไว้แล้ว อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 ซึ่งบทบัญญัติมุ่งประสงค์ที่จะให้คู่ความรวมทั้งผู้ที่อยู่ในฐานะเดียวกันต้องผูกพันตามคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่วินิจฉัยไว้แล้ว ห้ามดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำอีก หากไม่พอใจคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลต้องอุทธรณ์และฎีกาตามบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์และฎีกาต่อไป มิฉะนั้นแล้วคู่ความหรือผู้ที่อยู่ในฐานะเดียวกับคู่ความอาจขอให้ศาลวินิจฉัยใหม่ในประเด็นที่วินิจฉัยมาแล้วอีก ทำให้กระบวนพิจารณาไม่อาจดำเนินต่อไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้นและไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้ออื่น เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1513/2555

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th