ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับซื้อฝากเรือนจากจำเลย ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ไถ่คืนเรือนจึงตกเป็นของโจทก์ และจำเลยได้ขออาศัยอยู่ในเรือนนี้ โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยต่อไป ได้แจ้งให้ทราบแล้วจำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ขับไล่
จำเลยต่อสู้ว่า ก่อนครบกำหนดอายุขายฝาก จำเลยได้ติดต่อขอไถ่คืนแล้ว โจทก์ตกลง แต่แล้วกลับบ่ายเบี่ยงจนพ้นกำหนดอายุขายฝาก เมื่อพ้นกำหนดโจทก์ยังได้ขอไถ่อีก โจทก์ยินยอมและรับเงินสินไถ่ไปบางส่วนแล้วแต่กลับไม่ไปจดทะเบียนไถ่ถอนและรับชำระเงินสินไถ่ที่เหลือ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นงดสืบพยานและพิพากษาให้ขับไล่จำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 492ถ้าผู้ขายฝากไถ่คืนภายในกำหนดเวลา ถือว่ากรรมสิทธิ์ไม่เคยตกไปแก่ผู้ซื้อเลย ฉะนั้น ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ดังข้อต่อสู้ของจำเลยกรรมสิทธิ์เหนือเรือนพิพาทก็จะต้องกลับคืนไปเป็นของจำเลย และกรรมสิทธิ์นั้นไม่เคยตกเป็นของโจทก์เลย โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ คดีจึงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงตามข้อต่อสู้ของจำเลยต่อไป
พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

