ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 4, 57, 97, 118 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57 (1) วรรคหนึ่ง (ที่ถูก มาตรา 57 (1) วรรคหนึ่งและวรรคสอง), 118 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 1 ปี และปรับคนละ 20,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งจำเลยทั้งสองมีกำหนด 10 ปี

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์และจำเลยที่ 1 ว่า จำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือไม่ เห็นว่า แม้นายไชยาจะเป็นผู้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยทั้งสอง และคำให้การของนายไชยาจะเป็นคำซัดทอดก็ตาม แต่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227/1 มิได้ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานซัดทอด เพียงแต่ว่าในการรับฟังพยานดังกล่าวศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังและไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่มีเหตุผลอันหนักแน่นมีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดีหรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน ซึ่งในคดีนี้ได้ความจากจำเลยที่ 1 ว่า นายไชยาเป็นคนในหมู่บ้านของบิดามารดาจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ร่วมทำธุรกิจอยู่อีกทั้งเป็นทีมงานช่วยหาเสียงให้จำเลยที่ 1 ขณะที่นายไชยาถูกจับกุม เจ้าพนักงานตำรวจค้นพบกระดาษรายชื่อบุคคลในหมู่บ้านเขียนโดยลายมือนายไชยา ซึ่งรายชื่อดังกล่าวเป็นบุคคลเป้าหมายที่จะนำเงินไปแจก เจ้าพนักงานตำรวจได้สอบปากคำนายไชยาไว้ทันทีที่นายไชยาให้การรับสารภาพ นอกจากนี้นายไชยาได้ให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวน ซึ่งสอดคล้องกับคำเบิกความในชั้นพิจารณาของนายไชยา คดีนี้แม้โจทก์จะไม่ได้ตัวนายอภิชลมาเบิกความ แต่โจทก์ก็ได้ส่งอ้างบันทึกถ้อยคำของนายอภิชลที่ให้ไว้ต่อนายวิเชียร อนุกรรมการการสืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานี ซึ่งยืนยันว่าได้รับเงินจากนายไชยาจริง บันทึกถ้อยคำดังกล่าวแม้เป็นเพียงพยานบอกเล่า แต่กรณีมีเหตุจำเป็น เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถนำนายอภิชลมาเบิกความได้ และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/3 วรรคสอง (2) ศาลจึงนำมารับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ ที่จำเลยทั้งสองนำสืบต่อสู้ว่า ไม่เคยมอบเงินให้นายไชยาเพื่อไปซื้อเสียงผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อให้เลือกจำเลยที่ 1 นั้นแม้จำเลยที่ 1 จะมิใช่เป็นผู้มอบเงินให้แก่นายไชยาโดยตรง แต่นายไชยาได้รับมอบเงินจากจำเลยที่ 2 ณ ที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งในหมู่บ้านของจำเลยที่ 1 จึงมีมูลเชื่อว่าจำเลยที่ 1 ได้รู้ถึงการกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 2 พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักมั่นคงเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4265/2555

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th