ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้รับประกันภัยรถยนต์กระบะ จากผู้เอาประกันภัยจำเลยที่ 1 ดำเนินกิจการปั๊มน้ำมันและรับฝากรถยนต์เป็นปกติธุระโดยจำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2527 พนักงานของผู้เอาประกันภัยได้นำรถคันดังกล่าวไปฝากจอดไว้กับจำเลยที่ 1 เสียค่าฝากคืนละ10 บาท วันรุ่งขึ้นทราบว่ารถยนต์ได้หายไป เมื่อค้นหารถยนต์ไม่ได้โจทก์จึงจ่ายค่าสินไหมทดแทน 100,000 บาท ให้ผู้รับประโยชน์แล้วรับช่วงสิทธิทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระเงินดังกล่าว ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 100,000บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 ดำเนินธุรกิจปั๊มน้ำมันบริการให้ลูกค้านำรถยนต์มาจอดเข้าออกได้ทุกเวลา มิได้รับฝากรถยนต์เป็นปกติธุระ แต่ถ้าจอดจนวันรุ่งขึ้นหลังเวลา 6 นาฬิกาจำเลยที่ 1 จะเก็บค่าจอดคันละ 10 บาท มิใช่เป็นการฝากทรัพย์รถยนต์สูญหายไประหว่างอยู่ในความดูแลครอบครองของพนักงานโจทก์เอง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่าจำเลยทั้งสองยินยอมให้ลูกค้านำรถยนต์มาจอดในบริเวณที่ว่างในสถานีบริการน้ำมันทั้งกลางวันและกลางคืนเป็นการชั่วคราวได้โดยไม่ต้องเสียเงิน แต่ถ้านำรถยนต์ออกไปจากที่จอดหลังเวลา 6 นาฬิกา จะต้องเสียเงินคันละ 10 บาท การนำรถยนต์มาจอดหรือเอาออกไปไม่ต้องบอกใคร กรณีมีการเก็บเงินพนักงานของจำเลยทั้งสองจะมาเก็บ สำหรับรถยนต์คันที่หายนี้พนักงานของจำเลยทั้งสองจะมาจดกรอกลงในบัญชีตามวันที่มาจอด แล้วคิดรวมจ่ายเป็นเดือนและออกใบเสร็จรับเงินค่าจอดรถในนามของจำเลยที่ 1 ให้ วันที่ 27 กรกฎาคม 2527 เวลา 23.30 นาฬิกานาย ส. นำรถยนต์คันดังกล่าวไปจอดในสถานีบริการน้ำมันตามปกติ ล็อกกุญแจประตูรถเรียบร้อยแล้วเดินกลับ วันรุ่งขึ้นเวลาประมาณ 6 นาฬิกา ปรากฎว่ารถยนต์ได้หายไปจากที่จอด

ปัญหาว่า การที่นาย ส. จะนำรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไปจอดในบริเวณสถานีบริการน้ำมันของจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองเก็บเงินค่าจอด เป็นสัญญาฝากทรัพย์หรือไม่ พิเคราะห์แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 657 สัญญาฝากทรัพย์นั้นผู้ฝากจะต้องส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้รับฝากและผู้รับฝากตกลงว่าจะเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ในอารักขาแห่งตนแล้วจะคืนให้ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ส. จะนำรถยนต์มาจอด ล็อกประตูแล้วเก็บกุญแจไว้เองมิได้ส่งมอบให้พนักงานของจำเลยทั้งสอง การครอบครองรถยนต์ระหว่างที่จอดยังอยู่ในความครอบครองของ ส. แม้พนักงานของจำเลยทั้งสองจะมาดูขณะนาย ส. จะนำรถเข้ามาจอดก็เป็นเพียงดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น มิได้รับมอบการครอบครองรถยนต์ แม้จะเก็บเงินค่าจอดหรือค่าบริการก็ไม่เป็นการฝากทรัพย์จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th