ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 142,387 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 137,500 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์ชดใช้ให้นางสาววราภรณ์ไปครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2548 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง จึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมาแล้วว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถกระบะหมายเลขทะเบียน บท 2031 ฉะเชิงเทรา ไว้จากนางไฉน ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทพาณิชย์การประกันภัยจำกัด ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นผู้รับประกันภัยรถกระบะหมายเลขทะเบียน บท 2701 ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2547 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1 ขับรถที่บริษัทพาณิชย์การประกันภัย จำกัด รับประกันภัยไว้ข้างต้น ไปตามถนนพนมสารคาม - สนามชัยเขต จากด้านอำเภอพนมสารคาม มุ่งหน้าไปทางอำเภอสนามชัยเขต เมื่อมาถึงหน้าโรงเรียนกาญจนาภิเษก ตำบลเกาะขนุน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา จำเลยที่ 1 เปลี่ยนช่องเดินรถไปทางด้านขวา จึงเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนกับรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้ ซึ่งแล่นตามมาในทิศทางเดียวกันทางด้านขวา โดยมีนายวีรยุทธเป็นผู้ขับและมีนางสาววราภรณ์โดยสารมาด้วย จากอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหายและนางสาววราภรณ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุที่รถทั้งสองคันเฉี่ยวชนกันเกิดจากความประมาทของนายวีรยุทธและจำเลยที่ 1 ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน โจทก์ชำระค่าซ่อมรถให้นางไฉน 225,000 บาท และชำระค่ารักษาพยาบาลให้นางสาววราภรณ์ 50,000 บาท

คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์รับช่วงสิทธิจากนางสาววราภรณ์มาเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระค่ารักษาพยาบาลครึ่งหนึ่งตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้หรือไม่ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มิได้นำบทบัญญัติตามมาตรา 442 มาใช้บังคับกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับนางสาววราภรณ์แต่อย่างใด นางสาววราภรณ์เป็นผู้โดยสารมาในรถที่นายวีรยุทธขับและโจทก์รับประกันภัยไว้ ดังนั้น โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยจึงมีหน้าที่ตามสัญญาประกันภัยต้องชำระค่ารักษาพยาบาลให้แก่นางสาววราภรณ์ แล้วรับช่วงสิทธิของนางสาววราภรณ์มาไล่เบี้ยเอาจากผู้ต้องรับผิดจากการที่รถเกิดเฉี่ยวชนกัน เมื่อเหตุที่รถเฉี่ยวชนกันเกิดจากความประมาทของนายวีรยุทธและจำเลยที่ 1 ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้นางสาววราภรณ์เพียงครึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่ารักษาพยาบาล 50,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยให้โจทก์รับช่วงสิทธิของนางสาววราภรณ์มาเรียกร้องค่าเสียหายส่วนนี้จากจำเลยที่ 1 ได้ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน 25,000 บาท ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.461/2552

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th