ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวาร ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท คดีถึงที่สุดเจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศให้จำเลยและบริวารออกจากที่เช่า ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตึกแถว 4 ชั้น ซึ่งผู้ร้องได้ลงทุนก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2507 โดยสวมสิทธิการเช่าที่ดินมาจากจำเลยผู้เช่าเดิมผู้ร้องตกลงเช่าที่พิพาทกับนางบุญซับ มีข้อตกลงว่าให้ผู้ร้องเช่าที่พิพาทมีกำหนด 40 ปี โดยผู้ร้องต้องลงทุนก่อสร้างตึกในที่พิพาทและยกกรรมสิทธิ์ตึกดังกล่าวให้แก่นางบุญซับเมื่อครบกำหนดการเช่าที่พิพาท ผู้ร้องได้สร้างตึกในที่พิพาทเสร็จแล้วต่อมาโจทก์รับมรดกที่พิพาทจากนางบุญซับจึงต้องปฏิบัติตามสัญญาต่างตอบแทนดังกล่าวโดยให้ผู้ร้องเช่าที่พิพาทต่อไป

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ข้อตกลงระหว่างผู้ร้องกับนางบุญซับมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมเป็นบุคคลสิทธิผูกพันเฉพาะนางบุญซับ ผู้ร้องจะอ้างมายันโจทก์ผู้รับโอนที่ดินจากนางบุญซับหาได้ไม่ถือได้ว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยต้องถูกบังคับขับไล่ด้วย ให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าปัญหาข้อกฎหมายที่ผู้ร้องอ้างว่าศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องคดีนี้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีที่ผู้ร้องเคยฟ้องโจทก์ให้จดทะเบียนการเช่าซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้วโดยศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาฎีกาที่ 2143/2531 ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 144 ศาลอุทธรณ์ภาค 3 หยิบยกประเด็นข้อนี้ขึ้นวินิจฉัยโดยไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าแม้ประเด็นข้อนี้ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น แต่ในชั้นอุทธรณ์โจทก์ได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ว่าผู้ร้องเคยฟ้องโจทก์ให้จดทะเบียนการเช่า ซึ่งศาลฎีกาวินิจฉัยในคดีดังกล่าวแล้วว่าไม่มีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างผู้ร้องกับโจทก์หรือระหว่างผู้ร้องกับนางบุญซับการที่โจทก์เพิ่งยกปัญหานี้ขึ้นในชั้นอุทธรณ์เนื่องจากโจทก์ไม่สามารถยกปัญหาดังกล่าวขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นได้เพราะศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องโดยมิได้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์ได้มีโอกาสคัดค้านตั้งประเด็นเรื่อง การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำจึงเป็นกรณีที่ถือได้ว่าโจทก์ไม่สามารถยกปัญหาข้อกฎหมายนี้ขึ้นกล่าวในศาลชั้นต้นเพราะพฤติการณ์ไม่เปิดช่องให้กระทำได้ โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะยกปัญหาข้อกฎหมายนี้ขึ้นในชั้นอุทธรณ์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคสอง และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายประการต่อมาว่า ในคดีเดิมผู้ร้องกล่าวอ้างว่าผู้ร้องทำสัญญาต่างตอบแทนกับนางบุญซับหรือโจทก์ ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาฎีกาที่ 2143/2531 วินิจฉัยแล้วว่าไม่มีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างผู้ร้องกับโจทก์หรือระหว่างผู้ร้องกับนางบุญซับ การที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในคดีนี้ว่ามีสัญญาต่างตอบแทนระหว่างผู้ร้องกับนางบุญซับขึ้นมาอีก จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th