ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑ โจทก์ซื้อที่ดิน ๒ ไร่เศษจากจำเลย ๆ ขออาศัยมาจนถึง พ.ศ. ๒๔๙๕ จำเลยก็ออกไปอยู่ที่อื่น ต่อมา พ.ศ. ๒๔๙๖ จำเลยมาขออาศัยอีก พ.ศ. ๒๔๙๘ โจทก์แจ้งสิทธิครอบครองไม่มีใครโต้แย้ง ต่อมาเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๐๒ จำเลยขัดขวางการครอบครองของโจทก์ และเดือนพฤษภาคม ๒๕๐๒ จำเลยทำรั้ว โจทก์กับพวกห้ามปรามและให้จำเลยออกจากที่ดินก็ไม่ยอมออก จึงขอให้ศาลขับไล่

จำเลยให้การว่า ที่พิพาทจำเลยครอบครองมา ๒๐ ปีเศษ ไม่เคยขายให้โจทก์

ศาลจังหวัดระยองเชื่อว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทจากจำเลยและให้จำเลยอาศัยจริงแต่ที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๐๑ จำเลยห้ามปรามบิดาโจทก์และคนของบิดาโจทก์ไม่ให้ตัดต้นพุทราในที่ดินของจำเลย แล้วไปแจ้งความต่อเจ้าพนักงาน บิดาโจทก์ไปให้การต่อพนักงานสอบสวน วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๐๑ จึงเห็นว่า นับแต่วันจำเลยร้องทุกข์นั้นเป็นการตั้งตัวปรปักษ์ยึดถือที่รายพิพาทเป็นของตน โดยลักษณะแย่งการครอบครองจากโจทก์แล้ว โจทก์มาฟ้องเกิน ๑ ปีหมดสิทธิขับไล่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ โจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยขออาศัยที่ดินโจทก์ ฉะนั้น ถ้าจำเลยขออาศัยจริง ก็ต้องถือว่าจำเลยยึดถือที่พิพาทในฐานะเป็นผู้แทนของโจทก์ และบุคคลซึ่งยึดถือทรัพย์ในฐานะผู้แทนผู้มีสิทธิครอบครองนั้น จะเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือเพื่อตนได้ ก็ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๑ โดยมาตรานี้ระบุไว้ชัดว่า ผู้นั้นต้องบอกกล่าวไปยังผู้มีสิทธิครอบครองว่าไม่เจตนาจะยึดถือทรัพย์สินแทนผู้ครอบครองต่อไป ฉะนั้น ถ้าผู้ยึดถือทรัพย์สินยังไม่ได้บอกกล่าวไปยังผู้ทรงสิทธิครอบครอง แม้ผู้นั้นจะเปลี่ยนเจตนายึดถือทรัพย์สินเพื่อตนเอง ก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงฐานะยึดถือผู้แทนผู้มีสิทธิครอบครองได้ จึงไม่อาจถือได้ว่ามีการแย่งการครอบครอง กรณีจึงยังไม่อาจเริ่มนับระยะตามมาตรา ๑๓๗๕ จนกว่าผู้ยึดถือจะได้บอกกล่าวไปยังผู้ทรงสิทธิครอบครองก่อน คดีจึงมีประเด็นที่จะต้องพิจารณา ว่าจำเลยเข้าอยู่ในที่พิพาทโดยขออาศัยโจทก์หรือไม่ ถ้าจำเลยเข้าไปอยู่โดยขออาศัยโจทก์ จำเลยได้บอกกล่าวโจทก์ตามมาตรา ๑๓๘๑ หรือไม่ แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยอยู่ในที่พิพาทโดยฝ่ายโจทก์ให้จำเลยอาศัย และไม่มีข้อเท็จจริงให้

ถือได้ว่าจำเลยได้บอกกล่าวไปยังโจทก์ว่าจำเลยเจตนาจะไม่ยึดถือทรัพย์สินแทนโจทก์ต่อไป โจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลยได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th