ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


จำเลยที่ 2 ยื่นฟ้องอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลแพ่ง ๆ สั่งรับอุทธรณ์ สำเนาให้อีกฝ่ายหนึ่ง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ เพราะไม่ได้ร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อส่งหมายและสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้โจทก์ภายในกำหนด 15 วันทางไต่สวนได้ความว่า ฝ่ายจำเลยไปนำเจ้าพนักงานกองหมายส่งหมายนัดแก้อุทธรณ์ให้แก่ทนายโจทก์เกิน 15 วันไปวันหนึ่ง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามมาตรา 174(1) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดี
จำเลยที่ 2 ฎีกา อ้างฎีกาที่ 237/2491
ศาลฎีกาเห็นว่า การทิ้งฟ้องตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 นั้น ย่อมนำมาใช้บังคับแก่การทิ้งฟ้องได้โดยอนุโลมดังที่ศาลฎีกาได้พิพากษาเป็นแบบอย่างไว้แล้วตามฎีกาที่ 679/2490
คดีนี้ จำเลยนำเจ้าพนักงานส่งหมายนัดแก้อุทธรณ์ให้โจทก์เกินกำหนด 15 วันไปวันหนึ่ง แม้จะถือว่า เป็นการทิ้งฟ้อง ซึ่งศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ตามมาตรา 132 ก็ตามแต่บทมาตรา 132 นี้ไม่ได้บังคับเด็ดขาดว่า ศาลต้องจำหน่ายคดีเป็นแต่ให้ศาลใช้ดุลยพินิจ ถ้าศาลไม่สั่งจำหน่ายคดี กรณีก็ต้องชี้ขาดตัดสินไปตามมาตรา 133 ตามคำสั่งคำร้องฎีกาที่ 57/2493ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ที่ได้ความในคดีนี้ยังไม่สมควรที่จะจำหน่ายคดีของจำเลย
จึงพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่สั่งจำหน่ายคดีนี้เสียให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาต่อไป
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา









