ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

จำเลยลงจากรถไฟที่สถานีหัวลำโพง พอเดินมาถึงหน้าสถานี พลตำรวจ ด.มีความสงสัยจึงขอค้นกระเป๋าหนัง จำเลยบอกว่าลูกกุญแจอยู่ที่นายห้างไขไม่ได้ พลตำรวจ ด.จะจับตัวไปโรงพัก จำเลยบอกว่าจะไปเอาลูกกุญแจที่นายห้างแล้วก็หิ้วกระเป๋าลงจากรถยนต์เข้าไปในชานสถานี พลตำรวจ ด.กับ ส.ต.ราษฎรก็พากันเดินตามจำเลยไป พอพ้นชายคาสถานีจำเลยวางกระเป๋าวิ่งหนีไป พลตำรวจ ด.ไล่จับจำเลยได้ปรากฎว่าในกระเป๋ามีฝิ่นเถื่อนหนัก ๙๘ ตำลึง ๑๙ หน

ศาลอาญาเห็นว่าพะยานโจทก์แตกต่างกัน ให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยมีผิดตามพ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ.๒๔๖๔ ม.๕-๖-๓๖ ( ข ) ข้อ ๒ แล ม.๕๐ ให้ปรับ ๓ เท่าราคาฝิ่นเปนเงิน ๔๔๑๖ บาท ๗๕ สตางค์แลให้เสียค่ารางวัลนำจับอีก ๒๙๔ บาท กับให้จำคุกจำเลยฐานหลบหนีจากที่คุมขังตามกฎหมายอาญา ม.๑๖๓ มีกำหนด ๖ เดือน

ศาลฎีกาเห็นว่าฟ้องกับศาลอุทธรณ์ในข้อที่ลงโทษจำเลยฐานมีฝิ่นเถื่อน แต่ข้อที่ลงโทษฐานหลบหนีจากที่คุมขังนั้น ยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้ถูกเจ้าพนักงานจับกุมแล้วหลบหนี เพราะเมื่อ

จำเลยบอกว่าจะไปเอาลูกกุญแจที่นายห้างแล้วเดินย้อนเข้าไปในชานสถานี พลตำรวจ ด.กับพวกก็พากันเดินตามจำเลยไปด้วยนั้น ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยถูกจับกุมอยู่ในอำนาจคุมขังของเจ้าพนักงาน จึงให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อนี้เสีย นอกนั้นคงยืนตาม

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th
bind:isSubmitting />