ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอแบ่งนาพิพาทจากจำเลยโดยอ้างว่าเป็นของบิดาโจทก์ซึ่งวายชนม์แล้ว
จำเลยต่อสู้ว่า นารายนี้เป็นของนางอ่อนมารดาจำเลยได้รับมรดกมาทางบรรพบุรุษของนางอ่อนหาใช่ของนายอุ่นบิดาโจทก์ไม่
ข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมนาพิพาทเป็นของนางหมัดมารดานายอุ่นบิดาโจทก์ เมื่อนายอุ่นได้นางอ่อนมารดาจำเลยแล้ว นางหมัดยกที่นานี้ให้นายอุ่น ๆ มีบุตรกันนางอ่อนคือจำเลยทั้ง 2 นี้ ต่อมาเมื่อสัก 32 ปีมานี้ นายอุ่นได้ออกจากตำบลนั้น มาเที่ยวรับจ้างหากินอยู่ที่อื่น และมาได้นางนากเป็นภรรยาเกิดบุตรกันอีก 5 คน นางอ่อนก็ได้สามีใหม่และมีบุตรกับสามีใหม่อีกหลายคน เมื่อนางอ่อนตายแล้วจำเลยก็ครอบครองนารายนี้ตลอดมา จนเมื่อนายอุ่นตายโจทก์จึงขึ้นมาขอแบ่งนารายนี้จากจำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แบ่งนาให้โจทก์ตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามรูปเรื่องที่นายอุ่นจากไปเป็นเวลานานเดือน 40 ปีโดยไม่มีการติดต่อเยี่ยมเยือนเลยนั้นย่อมแสดงให้เห็นว่าเจตนาสละการครอบครองให้แก่นางอ่อน และจำเลยผู้เป็นภรรยาและบุตรแล้วส่วนข้อที่โจทก์คัดค้านว่าจำเลยได้ต่อสู้ว่า นารายนี้นางอ่อนได้รับมรดกมาทางบรรพบุรุษของนางอ่อน หาใช่ทางนายอุ่นไม่ คำชี้ขาดของศาลอุทธรณ์ที่ให้จำเลยชนะคดีจึงเป็นการนอกประเด็นนั้นเห็นว่าคำต่อสู้ของจำเลยอยู่ที่ว่า ที่รายนี้ไม่ใช่มรดกของนายอุ่นนั้นเอง จึงไม่ใช่เรื่องนอกประเด็นและพิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

