ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทย์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๖๑ เวลากลางวัน จำเลยกับพวกคนหนึ่งสมคบกันถืออาวุธเข้าปล้นเอาโคของพระปลัดวินัยธรไปจากผู้เลี้ยงรักษา ๗ ตัวราคาเงิน ๒๒๐ บาทที่ตำบลหนองไผ่ จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนโคนั้นเจ้าทรัพย์ได้กลับคืนหมดแล้ว แลว่านายเจ๊ก ลาดรัมย์ จำเลยนี้เคยรับโทษฐานลักทรัพย์ต้องจำคุก ๑ ปีครั้งหนึ้งแล้ว พ้อนโทษเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๐ ขอให้ลงโทษแลเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๓๐๑-๗๓

จำเลยทั้ง ๒ คนให้การปฏเสธข้อหา ต่อสู้ว่าจำเลยมีฐานที่อยู่ นายเจ๊ก ลาดรัมย์ จำเลยนั้นให้การรับว่าได้เคยต้องโทษมาครั้งหนึ่งจริง ฯ

ศาลจังหวัดบุรีรัมย์พิจารณาแล้ว เห็นว่าคำพยานโจทย์เบิกความแตกต่างในเครื่องนุ่งห่มของจำเลย แลคำพยานนั้นผิดเพี้ยนกัน ทำให้เปนที่สงสัย ควรยกฟ้องโจทย์ปล่อยจำเลยไป ฯ

อธิบดีผู้พิพากษามีความเห็นแย้งว่า ข้อที่พยานโจทย์เบิกความแตกกันนั้น เปนแต่พลความ แต่ใจความเปนหลักฐานมั่นคงควรเชื่อฟังได้ ว่าจำเลยเปนผู้ร้ายปล้นโครายนี้ ให้จำคุกจำเลยคนละ ๑๐ ปีตามมาตรา ๓๐๑ แลให้เพิ่มโทษนายเจ๊ก ลาดรัมย์จำเลยตามมาตรา ๗๓ อีก ๕ ปี แต่เปนความเห็นข้างน้อย คำพิพากษาศาลเดิมเปนคำบังคับคดี ฯ

โจทย์อุทธรณ ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยกับพวกเปนผู้ร้ายปล้นโครายนี้ ที่ศาลเดิมอ้างเหตุว่าพยานโจทย์เบิกความแตกต่างผิดเพี้ยนกันนั้น ก็เปนแต่บางคนแลเปนแต่พลความ จึงพิพากษาว่าจำเลยทำผิดกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๓๐๑ ตอนต้น ให้จำคุกจำเลยมีกำหนดโทษคนละ ๑๐ ปี แลให้เพิ่มโทษนายเจ๊ก ลาดรัมย์ จำเลยอีก ๕ ปี รวมเปนโทษจำคุกนายเจ๊ก ๑๕ ปี ตามความเห็นแย้งอธิบดีมณฑล

จำเลยทูลเกล้า ฯ ถวาฎีกา ฯ

กรรมการศาลฎีกาได้ตรวจสำนวนเรื่องนี้แล้ว ได้ความว่าพระปลัดวินัยธรวัดอิสาณมีโคอยู่ ๑๒๐ ตัวได้มอบให้นายเจ๊กขะรนรัมย์เปนผู้เลี้ยงรักษา ในวันที่โจทย์หานายเจ๊ก ขะรนรมัย์ ให้นายแดง นายอู นายทองพยานนำโคฝูงออกไปเลี้ยงที่ทุ่งหนองไผ่ จำเลยทั้ง ๒ คนนี้กับพวกอีกคนหนึ่งเข้าต้อนไล่โคฝูง นายแดงได้ร้องขึ้นในทันได จำเลยทั้ง ๒ คนนี้ก็ชักอาวุธมีดเงื้อขึ้นจะทำร้ายพวกเจ้าทรัพย์ แลยืนคุมพวกเจ้าทรัพย์อยู่ ส่วนพวกของจำเลยอีกคนหนึ่งนั้นเข้าต้อนไล่คัดเอาโคผู้ไปได้ ๗ ตัว แล้วจำเลยกับพวก็ช่วยกันไล่โคไป ในระหว่างทางโควิ่งกลับมาหาฝูง ๓ ตัว ต่อมาอีก ๒ วันโคได้กลับคืนมาเองอีก ๔ ตัว เจ้าทรัยพ์ได้โคคืนหมดแล้ว นายแดง นายอู นายทองผู้เลี้ยงโคเบิกความยืนยันว่าจำเลยเปนผู้ร้าย เพราะรู้จักจำเลย ๆ ก็รับว่าได้รู้จักกับพยานโจทย์จริง นอกจากพยาน ๓ คนนี้โจทย์ยังมีนายเบี้ยเบิกความประกอบว่าพยานเลี้ยงโคของพยานอยู่ที่นาห้วยตุมเห็ด ห่างทุ่งหนองไผ่ที่เกิดเหตุประมาณ ๕๐ เส้น ได้เห็นจำเลยทั้ง ๒ คนนี้กับพวกไล่โคผ่านพยานไป ๔ ตัว พยานจำได้ว่าโคนั้นเปนของพระปลัดวินัยธรวัดอิสาณ พยานโจทย์แน่นหนาดังนี้ คดีฟังได้สนิธไม่มีเหตุอันสงสัยอย่างใดเลย ว่าอ้ายจำเลยทั้ง ๒ คนนี้จะมิได้เปนผู้ร้ายปล้นโคของพระปลัดวินัยธรไป ศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษตัดสินถูกต้องแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นให้ยกเสีย คงบังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณข้าหลวงพิเศษทุกประการ ฯ

วันที่ ๕ กรกฎาคม พระพุทธศักราช ๒๔๖๓

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th