ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง 2 ร่วมกันข่มขืนชำเราเด็กหญิงน้อยอายุ 13 ปี โดยผลัดกันจับแขนผู้เสียหายแล้วผลัดกันข่มขืนชำเราต่อหน้าเด็กชายคำจนสำเร็จความใคร่คนละครั้งอันเป็นการโทรมหญิงขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 277, 281, 83

จำเลยให้การว่า ได้ชำเราจริง แต่โดยเด็กหญิงน้อยสมัครใจและมีอายุ 15 ปีแล้วศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทำผิดจริงตามฟ้อง โดยเด็กหญิงน้อยมีอายุ 13 ปี ให้จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน (ลด 1 ใน 3) ตามมาตรา 276, 277, 281, 83, 78

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยทั้ง 2 ข่มขืนชำเราเด็กหญิงน้อยจริง แต่เด็กหญิงน้อยมีอายุ 13 ปี 3 เดือนแล้ว และมิได้กระทำต่อหน้าเด็กชายคำ ทั้งไม่เป็นการโทรมหญิง กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ตามมาตรา 281 ปรากฏว่าบิดาเด็กหญิงน้อยได้ยอมรับขมาและรับเงินค่าทำขวัญจากจำเลยคนละ 50 บาท แล้ว คดีระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่จำเลยทั้ง 2 ผลัดกันจับแขนเด็กหญิงน้อยซึ่งมีอายุเพียง 13 ปี 3 เดือน แล้วผลัดกันข่มขืนชำเราที่พื้นดินข้างทางเดินในเวลากลางวันจนสำเร็จความใคร่คนละครั้งนั้น เป็นการโทรมหญิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281 จะยอมความกันไม่ได้

พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276, 83, 78 ส่วนกำหนดโทษคงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th