ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์บรรทุกของจำเลยที่ 2 โดยทางการที่จ้างชนโจทก์ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ วันนัดสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 2 ไม่มาศาล คงมาแต่ทนายจำเลยที่ 2 โจทก์ถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วทนายจำเลยที่ 2 ขอเลื่อนเพื่อสืบตัวจำเลย ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยไม่แจ้งเหตุที่ไม่ยื่นคำให้การและไม่ได้ขอยื่นคำให้การ จึงไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีเพื่อสืบตัวจำเลย และนัดตัดสินวันรุ่งขึ้น แล้วศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้สินไหมทดแทนกับดอกเบี้ยให้โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยอ้างตนเองเป็นพยานเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยไม่โต้แย้งไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ฟังข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2) คู่ความจะต้องโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้เสียก่อนจึงจะอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ภายหลัง แต่ศาลต้องให้คู่ความมีโอกาสและมีเวลาพอสมควรที่จะโต้แย้งคำสั่งนั้นได้ คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่ให้จำเลยที่ 2 อ้างตนเองเป็นพยานและนัดตัดสินในวันรุ่งขึ้น ดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยที่ 2ไม่มีเวลาที่จะโต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นได้ แม้จำเลยที่ 2 มิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่ให้จำเลยที่ 2 อ้างตนเองเป็นพยานก็มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่1587/2494 คดีระหว่างนายเหลื่อมกับพวก โจทก์ วัดผาสุการาม จำเลย ในการที่จำเลยที่ 2 ไม่ไปศาลในวันสืบพยานโจทก์และเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ทนายจำเลยที่ 2 ขอเลื่อนคดีไปเพื่อให้จำเลยที่ 2สาบานตัวให้การเป็นพยานเองในนัดต่อไปจะได้หรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 วรรค 2 แล้ว เห็นว่าถึงแม้จำเลยที่ 2 จะไม่ได้ไปในวันนัดสืบพยานโจทก์ และเมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ไม่มีทางจะให้โอกาสจำเลยที่ 2 ได้สาบานตัวให้การเป็นพยานในวันนั้นก็ตาม ทนายจำเลยที่ 2 มีสิทธิที่จะขอเลื่อนคดีเพื่อให้จำเลยที่ 2 มีโอกาสได้สาบานตัวให้การเป็นพยานตามที่มาตรา199 วรรค 2 บัญญัติไว้ ฉะนั้น ศาลฎีกาจึงเห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ไม่ให้โอกาสจำเลยที่ 2 ได้สาบานตัวให้การเป็นพยาน จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาให้จำเลยที่ 2 สาบานตัวเบิกความเป็นพยานต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th