ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ทำสัญญาให้โจทก์มีสิทธิเช่าที่ดินของจำเลย 200 ตารางเมตร เพื่อสร้างสถานีจำหน่ายน้ำมัน โดยตกลงให้โจทก์มีสิทธิจะทำสัญญาเช่าเมื่อใดก็ได้ ภายใน 6 เดือน แต่ในกรณียังไม่ทราบผลว่าจะได้รับอนุญาตให้ตั้งได้หรือไม่ จำเลยยอมต่ออายุสัญญาให้อีกจนกว่าจะทราบผลนั้นโจทก์วางมัดจำไว้และมีเงื่อนไขว่าถ้าตกลงเช่ากันแล้ว จะเช่า 20 ปีค่าเช่าเดือนละ 2,000 บาท และโจทก์ต้องให้ค่าหน้าดิน 250,000 บาทบัดนี้ยังไม่ทราบผลจนเวลาเกินกว่า 6 เดือน จำเลยกลับแกล้งบอกเลิกสัญญาขอให้บังคับจำเลยยอมให้โจทก์เช่าที่ดินตามสัญญา ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติ ก็ให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่าไม่ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ทำสัญญาแทน
จำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้จำเลยที่ 2 คืนเงินมัดจำแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาหรือข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ดังกล่าว เป็นเพียงสัญญาหรือข้อตกลงจะให้เช่าที่ดินเพื่อสร้างสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น เพราะเมื่อจะบังคับกันตามสัญญาหรือข้อตกลงนี้ ย่อมเห็นได้ว่าต้องมีการทำสัญญาเช่ากันใหม่อีกชั้นหนึ่ง โดยต้องทำเป็นหนังสือและต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วยเพราะการเช่านั้นมีกำหนดระยะเวลานานกว่า 3 ปี เมื่อสัญญาหรือข้อตกลงดังกล่าวมิใช่สัญญาเช่า สัญญาหรือข้อตกลงดังกล่าวจึงไม่ถูกบังคับให้ต้องทำเป็นหนังสือแต่อย่างใดแม้ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 รายนี้จะมีการทำเอกสารสัญญากันขึ้นไว้ด้วยและเอกสารนั้นไม่ปรากฏชัดว่าจำเลยที่ 2 ตกลงให้โจทก์เช่าที่ดินเพื่อตั้งสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทใดก็ตามจำเลยที่ 2 ย่อมนำสืบว่าสัญญาหรือข้อตกลงที่จำเลยที่ 2 ทำกับโจทก์ไว้นั้น เป็นสัญญาหรือข้อตกลงที่จะตั้งสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ดประเทศไทยจำกัดโดยเฉพาะได้แล้วศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่โจทก์ไปติดต่อกับจำเลยที่ 2 เพื่อขอเช่าที่ดินบางส่วนของจำเลยที่ 1 เพื่อตั้งสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ดประเทศไทย จำกัด บริษัทเดียว หาใช่เพื่อตั้งสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทน้ำมันอื่นไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังนี้ แม้หนังสือสัญญาให้สิทธิเช่าที่ดินที่จำเลยที่ 2 ทำไว้กับโจทก์จะมีเงื่อนไขว่า"ในกรณีที่ยังไม่ได้ทราบคำสั่งจากทางการว่าจะอนุญาตให้หรือไม่ประการใด แม้ว่าระยะเวลาของสัญญานี้จะสิ้นสุดลง (คือ ภายในหกเดือน)ก็ตาม เจ้าของที่ดินยินยอมต่อสัญญาให้อีกจนกว่าจะทราบผลนั้น ๆ"ก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรแก่โจทก์ต่อไป เพราะได้ความว่าบริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ดประเทศไทย จำกัดมีหนังสือบอกปัดข้อเสนอของโจทก์ที่จะให้บริษัทเช่าที่ดินเพื่อตั้งสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ณ สถานที่แห่งนี้เสียแล้วจึงไม่มีทางที่โจทก์จะบังคับจำเลยให้จำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงที่จำเลยที่ 2 ได้กระทำไว้กับโจทก์นั้นได้ เพราะเงื่อนไขที่ว่าเจ้าของที่ดิน (จำเลยที่ 2)ยินยอมต่อสัญญาให้อีกจนกว่าจะทราบผล คือคำสั่งจากทางราชการที่จะอนุญาตให้มีการตั้งสถานีบริการจำหน่ายน้ำมันของบริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ดประเทศไทย จำกัด ได้ไม่มีทางจะสัมฤทธิ์ผลเสียแล้วโจทก์จึงไม่มีสิทธิจะบังคับให้จำเลยยอมให้โจทก์เช่าที่ดินของจำเลยผิดไปจากข้อตกลงตามสัญญาหรือเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองฐานผิดสัญญาได้
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

