ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดชำระเบี้ยปรับในการผิดสัญญาเป็นเงิน 89,956.62 บาท แก่โจทก์ ขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ส่งมอบสายอากาศให้โจทก์ไม่ได้เพราะเหตุสุดวิสัยเนื่องจากบริษัทผู้ขายในต่างประเทศไม่ส่งของดังกล่าวมาให้ โจทก์ริบเงินประกันจำนวน 13,507 บาทไปแล้ว จึงไม่มีสิทธิเรียกเอาเบี้ยปรับได้อีก เพราะโจทก์ไม่เสียหาย และค่าปรับที่โจทก์เรียกก็สูงเกินส่วนด้วย

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน44,978.31 บาทแก่โจทก์

โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า สัญญาที่จำเลยทั้งสองทำไว้กับโจทก์ตามฟ้องมีการวางเงินประกันและกำหนดเบี้ยปรับไว้ด้วย เมื่อสัญญาครบกำหนดจำเลยทั้งสองผู้ขายประพฤติผิดสัญญาไม่ส่งสินค้าให้แก่โจทก์ผู้ซื้อ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาริบเงินประกันและเรียกเบี้ยปรับ จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เบี้ยปรับคือเงินประกัน เมื่อโจทก์ริบเงินประกันแล้วจึงไม่มีสิทธิเรียกเอาเบี้ยปรับอีก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเบี้ยปรับคือค่าเสียหายที่คู่สัญญากำหนดไว้ล่วงหน้าในสัญญาเพื่อให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาชดใช้แก่ฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญา ส่วนเงินประกันคือเงินที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมอบไว้แก่คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อเป็นประกันการปฏิบัติตามสัญญาและต้องคืนเมื่อคู่สัญญาฝ่ายที่วางเงินประกันพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญา แต่ถ้าคู่สัญญาฝ่ายที่วางเงินประกันผิดสัญญาก็ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งริบเสียได้ ดังนี้เบี้ยปรับกับเงินประกันจึงนอกจากจะต่างประเภทกันแล้วยังแยกต่างหากจากกันด้วย ดังนั้นเมื่อริบเงินประกันแล้ว จึงยังเรียกเอาเบี้ยปรับได้อีกด้วย ถ้าสัญญามีข้อตกลงกันไว้เช่นนั้น สัญญาซื้อขายที่จำเลยทั้งสองทำไว้กับโจทก์ข้อ 7 มีข้อความเป็นสำคัญว่า เมื่อสัญญาครบกำหนดผู้ขายไม่ส่งมอบสิ่งของให้แก่ผู้ซื้อ หรือส่งมอบไม่ถูกต้อง หรือส่งมอบไม่ครบจำนวน ผู้ซื้อบอกเลิกสัญญาได้ ในกรณีที่ผู้ซื้อบอกเลิกสัญญาผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อริบหลักประกันได้ดดยไม่ตัดสิทธิผู้ซื้อที่จะดำเนินการปรับจนถึงวันบอกเลิกสัญญา และสัญญาข้อ 10 มีข้อความเป็นสำคัญว่า ในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาตามสัญญาข้อ 7ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาสิ่งของที่ยังไม่ได้รับมอบ นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้ขายนำสิ่งของมาส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อถูกต้องครบถ้วน…ในระหว่างที่มีการปรับนั้นถ้าผู้ซื้อเห็นว่าผู้ขายไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ซื้อจะบอกเลิกสัญญาและริบหลักประกันนอกเหนือจากการปรับจนถึงวันบอกเลิกสัญญาด้วยก็ได้ จากสัญญาทั้ง 2 ข้อดังกล่าวรวมความได้ว่า ในกรณีที่ผู้ขายประพฤติผิดสัญญาไม่ว่าผู้ซื้อจะบอกเลิกสัญญาหรือไม่ ผู้ซื้อมีสิทธิริบเงินประกันและเรียกเอาเบี้ยปรับจนถึงวันบอกเลิกสัญญาได้ด้วย

ปัญหาว่าเงินประกันที่โจทก์ริบนั้นเพียงพอกับความเสียหายที่โจทก์ได้รับแล้วหรือไม่ วินิจฉัยว่าตามสัญญาข้อ 10 กำหนดให้โจทก์เรียกเบี้ยปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาสินค้าที่ยังไม่ได้ส่งมอบ เมื่อราคาสิ่งของที่โจทก์ขอซื้อจากจำเลยทั้งสองเป็นเงิน 135,070 บาท จำเลยทั้งสองไม่อาจส่งมอบสิ่งของให้แก่โจทก์จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปนานถึง 333 วัน จนโจทก์ต้องบอกเลิกสัญญาคำนวณแล้วคิดเป็นเบี้ยปรับ 89,956.62 บาท แต่เงินประกันมีจำนวนเพียง 13,507 บาท ต่ำกว่าเบี้ยปรับมาก ดังนี้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้จำเลยทั้งสองชำระเบี้ยปรับแก่โจทก์นอกเหนือจากริบเงินประกันจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

ปัญหาว่า แม้โจทก์จะมิได้นำสืบว่าเบี้ยปรับอัตราดังกล่าวมิได้สูงเกินส่วน โจทก์ก็ชอบที่จะได้เบี้ยปรับตามที่กำหนดไว้ในสัญญาวินิจฉัยว่าเบี้ยปรับก็คือค่าเสียหายจำนวนหนึ่งที่คู่สัญญากำหนดไว้ล่วงหน้าอันอาจจะมีหรือเกิดขึ้นเนื่องจากคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา เพื่อให้ฝ่ายที่ผิดสัญญาชดใช้ให้แก่ฝ่ายที่มิได้ผิดสัญญาแต่ก็มิได้บังคับไว้โดยเด็ดขาดว่าจะต้องเป็นไปตามนั้น ศาลอาจใช้ดุลพินิจลดจำนวนเบี้ยปรับตามที่กำหนดไว้ในสัญญาลงได้ โดยพิจารณาถึงทางได้เสียของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายเห็นว่าโจทก์มิได้นำสืบมาให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ที่จำเลยทั้งสองผิดสัญญาไม่ส่งมอบสิ่งของให้แก่โจทก์ตามสัญญา เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายมากน้อยเพียงใด ประกอบกับโจทก์ได้ริบเงินประกันไปแล้วจำนวนหนึ่งด้วยดังนี้ศาลอุทธรณ์ลดเบี้ยปรับจากอัตราร้อยละ 0.20 ลงเหลือร้อยละ 0.10 ต่อวันของราคาของที่จำเลยทั้งสองมิได้ส่งมอบจึงสมควรและเหมาะสมกับรูปคดีแล้ว

พิพากษายืน.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th