ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักนาฬิกาข้อมือ 1 เรือน ของผู้เสียหายไปโดยทุจริตโดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 336, 58 ให้คืนนาฬิกาข้อมือของกลางแก่ผู้เสียหาย และบวกโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1467/2526 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษในคดีนี้
จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1467/2526 ของศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 ให้จำคุก 2 ปี กับพวกโทษจำคุก 1 ปี ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1467/2526 ของศาลชั้นต้นรวมจำคุก 3 ปี และให้คืนนาฬิกาข้อมือของกลางแก่ผู้เสียหาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่า เมื่อจำเลยขอดูนาฬิกาที่ผู้เสียหายใส่อยู่ ผู้เสียหายก็ถอดให้จำเลย ครั้นจำเลยรับนาฬิกามาจากผู้เสียหายแล้วก็วิ่งหนีไป ไม่ใช่ผู้เสียหายให้จำเลยยืมนาฬิกาดังที่จำเลยนำสืบการกระทำของจำเลยดังกล่าวไม่เป็นการใช้กิริยาฉกฉวยเอาทรัพย์ผู้เสียหายไปแต่เป็นการใช้อุบายให้ผู้เสียหายถอดนาฬิกาจากข้อมือของผู้เสียหายส่งให้จำเลยการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 336 วรรคแรก แต่เป็นการลักทรัพย์ด้วยการใช้อุบาย จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 แม้โจทก์จะมิได้ขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 334 แต่การลักทรัพย์เป็นการกระทำอย่างหนึ่งซึ่งเป็นความผิดอยู่ในตัวเองและรวมอยู่ในการกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ศาลฎีกาจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคสุดท้าย
พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ให้จำคุก 1 ปี บวกโทษจำคุก 1 ปี ที่รอการลงโทษไว้ในศาลอาญาหมายเลขแดงที่ 1467/2526 ของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 รวมจำคุก2 ปี และให้คืนนาฬิกาข้อมือของกลางแก่ผู้เสียหาย.
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา ADMIN








