ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์และให้โจทก์เสียค่าฤชาธรรมเนียมต่าง ๆ และค่าทนาย 100 บาท แทนจำเลย แต่โจทก์มิได้นำเงินค่าธรรมเนียมและค่าทนายซึ่งจะต้องใช้ตามคำพิพากษาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ โดยโจทก์ขอทุเลาการบังคับต่อมาโจทก์ได้นำเงินค่าธรรมเนียมทั้งหมดมาวางต่อศาลชั้นต้นแล้ว
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่โจทก์ยังร้องขอทุเลาการบังคับอยู่ไม่เกี่ยวกับการที่ต้องวางเงินค่าธรรมเนียมตาม มาตรา 229 แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์แล้วก็ตาม ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษายกอุทธรณ์ได้ จึงพิพากษาว่าอุทธรณ์โจทก์เป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่รับวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ผู้อุทธรณ์จะต้องนำเงินค่าธรรมเนียมที่จะต้องใช้ให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์นั้นด้วย แต่คดีนี้แทนที่โจทก์จะวางเงินค่าธรรมเนียม โจทก์กลับขอทุเลาการบังคับคดีในเรื่องค่าธรรมเนียมและค่าทนายความที่จะต้องใช้แทนจำเลย ต่อมาอีก 4 เดือนเศษ โจทก์จึงนำเงินค่าธรรมเนียมและค่าทนายมาวางศาล แต่ศาลชั้นต้นได้สั่งรับเป็นอุทธรณ์แล้วศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ศาลมีอำนาจขยายเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่จะต้องใช้แทนอีกฝ่ายหนึ่งได้ พฤติการณ์แห่งคดีศาลเห็นสมควรขยายเวลาให้ได้ไม่ควรยกอุทธรณ์ของโจทก์เสียทีเดียว ทั้งโจทก์ได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายมาวางศาลแล้ว
พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์รับพิจารณาพิพากษาต่อไปตามรูปคดี
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


