ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมว่า จำเลยยอมขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากตึกแถวพิพาทภายในวันที่ 15 มกราคม 2532
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นผู้เช่าตึกแถวพิพาทจากจำเลยสัญญาเช่ายังไม่หมดอายุ โจทก์จึงไม่มีอำนาจขับไล่ผู้ร้องออกจากตึกแถวพิพาท
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ร้องอ้างเพียงว่า ผู้ร้องเป็นผู้เช่าตึกแถวพิพาทจากจำเลย แต่มิได้กล่าวอ้างว่าผู้ร้องเช่าช่วงโดยชอบด้วยความยินยอมจากโจทก์และเจ้าของตึกแถวพิพาท ทั้งยังปรากฏตามสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยห้ามมิให้จำเลยนำตึกแถวพิพาทไปให้เช่าช่วงอีกด้วย ย่อมถือได้ว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจพิเศษเหนือตึกแถวพิพาท ถึงแม้จะไต่สวนต่อไปก็ไม่ได้ความยิ่งไปกว่านี้ และไม่อาจทำให้ผู้ร้องชนะคดีได้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องโดยไม่สั่งให้ไต่สวนเสียก่อนนั้นชอบแล้ว
พิพากษายืน.
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

