ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจใช้ปืนเป็นอาวุธปืนยิงนายอาวุธ บุญโยดม และนายพุ่ม ลอยเลื่อน โดยเจตนาฆ่า นายอาวุธได้รับบาดเจ็บถึงแก่ความตาย ส่วนนายพุ่ม ได้รับอันตรายสาหัส ขณะนั้นเองร้อยตำรวจโทอุทิศ พงศ์พานิช เห็นเหตุการณ์ได้เข้าทำการจับกุมจำเลยได้ใช้อาวุธปืนนั้นยิงร้อยตำรวจโทอุทิศโดยเจตนาฆ่าเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ และต่อสู้ขัดขวางการจับกุมเจ้าพนักงานดังกล่าวกระสุนปืนถูกเจ้าพนักงานดังกล่าว แต่ไม่ถึงแก่ความตายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 140, 288, 289, 80
จำเลยปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138, 140, 288, 289 ประกอบด้วยมาตรา 80 ให้ลงโทษตามมาตรา 288 อันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงนายอาวุธ และนายพุ่มซึ่งนั่งซ้อนกันอยู่ก่อน ครั้นเมื่อร้อยตำรวจโทอุทิศเข้าจะจับกุมจำเลยตามหน้าที่ จำเลยก็ได้ใช้ปืนนั้นยิงร้อยตำรวจโทอุทิศอีก การกระทำของจำเลยดังกล่าวนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นความผิดต่อกฎหมายสองกรรมต่างกันกล่าวคือ ที่จำเลยยิงนายอาวุธและนายพุ่มนั้นเป็นกรรมหนึ่ง ครั้นเมื่อร้อยตำรวจโทอุทิศจะจับจำเลย พอตะครุบ จำเลยก็ยิงร้อยตำรวจโทอุทิศ เป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 อันเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 นั้นไม่ถูกต้อง
จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 288 ประกอบด้วยมาตรา 80, 138, 140 และ 289 ประกอบด้วยมาตรา 80 ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 288 อันเป็นกระทงและบทหนักที่สุดตามมาตรา 90, 91
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


