ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้จำเลยรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์และให้ชดใช้ค่าเสียหาย

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งให้สืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่พิพาท และเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่พิพาท คดียังไม่ได้สืบพยาน ผู้ร้องขอเข้าเป็นจำเลยเพื่อรักษาสงวนสิทธิของผู้ร้อง โดยจะยื่นคำให้การภายใน 8 วันนับแต่วันศาลสั่งอนุญาต

โจทก์คัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องมิได้เสียค่าขึ้นศาลและบรรยายคำร้องว่า ขอเข้าเป็นจำเลยคดีนี้จะยื่นคำให้การภายใน 8 วัน แสดงว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) เมื่อจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การแล้ว ประกอบกับมาตรา 58 วรรคสอง ห้ามผู้ใดใช้สิทธิอย่างอื่นนอกจากสิทธิที่จำเลยมีอยู่ และจะใช้สิทธิในทางที่ขัดกับสิทธิที่จำเลยมีอยู่ไม่ได้ ผู้ร้องตั้งสิทธิของผู้ร้องโดยลำพัง ชอบที่จะฟ้องร้องว่ากล่าวเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท การที่ผู้ร้องสอดอ้างว่าที่พิพาทและสิ่งปลูกสร้างบนที่พิพาทเป็นของผู้ร้อง เพื่อรักษาสงวนสิทธิของผู้ร้อง ผู้ร้องจึงเข้าเป็นจำเลยและขอยื่นคำให้การแก้ฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผู้ร้องตั้งข้อหาพิพาทเข้ามาเพื่อต่อสู้คดีกับโจทก์เพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองสิทธิของตน ถือได้ว่าเป็นการร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) หาใช่เป็นการร้องเพื่อขอเข้าเป็นจำเลยร่วมตามมาตรา 57(2) ดังความเห็นของศาลล่างทั้งสองไม่ ฉะนั้นข้อห้ามตามมาตรา 58 วรรคสอง ที่ว่าห้ามไม่ให้ผู้ร้องสอดที่ได้เป็นคู่ความตามมาตรา 57(2) ใช้สิทธิในทางที่ขัดกับสิทธิของโจทก์หรือจำเลยเดิม จึงไม่เกี่ยวกับผู้ร้องสอดในคดีนี้ เหตุนี้แม้จำเลยจะขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ร้องสอดก็ยังมีสิทธิร้องสอดได้ ฉะนั้น เมื่อผู้ร้องสอดยื่นคำร้องมาถูกต้อง คือคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาทั้งยังไม่มีการสืบพยาน ในชั้นนี้ศาลฎีกาเห็นว่าสมควรที่จะรับคำร้องสอดของผู้ร้องไว้พิจารณา ที่ศาลล่างทั้งสองสั่งยกคำร้องเสียนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องสอดของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลในชั้นนี้ ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th