ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างโรงทหารที่กรมแพทย์ทหารบก บริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าไว้กับโจทก์ซึ่งโจทก์ได้มอบให้พลตรีเสถียร พจนานนท์ เจ้ากรมยุทธโยธาทหารบก ทำการแทนโจทก์ จำเลยรับจะทำงานให้เสร็จและส่งมอบในวันที่ 26 พฤษภาคม 2504 ถ้าไม่เสร็จ ยอมชำระค่าปรับเป็นรายวัน ในการปฏิบัติตามสัญญา จำเลยได้วางหนังสือค้ำประกันของธนาคารทหารไทยจำกัดไว้แทนการวางเงินมัดจำ เป็นเงิน 36,500 บาท จำเลยทำการก่อสร้างไม่แล้วเสร็จตามสัญญา พลตรีเสถียรจึงบอกเลิกสัญญากับจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าปรับและค่าเสียหาย
จำเลยให้การว่า กรมยุทธโยธาทหารบก โดยพลตรีเสถียร พจนานนท์เจ้ากรมเป็นคู่สัญญากับจำเลย ไม่ใช่กองทัพบก กองทัพบกไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญาโจทก์ไม่มีสิทธิริบเงินประกันและทรัพย์สินของจำเลย และโจทก์จะปรับจำเลยไม่ได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา ให้จำเลยใช้ค่าปรับให้โจทก์ 124,083 บาท กับค่าเสียหาย 95,930 บาท รวมเป็นเงิน 220,013 บาท
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่เห็นสมควรลดค่าปรับลงเหลือ 26,781 บาท แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยวางหนังสือค้ำประกันของธนาคารทหารไทย จำกัดไว้แทนเงินมัดจำนวน 36,500 บาท จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีสิทธิจะริบ เพราะตามสัญญาไม่ได้ระบุให้ริบ ปัญหามีว่าหนังสือค้ำประกันเป็นมัดจำหรือไม่ เห็นว่า หนังสือค้ำประกันเป็นเพียงสัญญาซึ่งธนาคารทหารไทยจำกัดผู้ค้ำประกันผูกพันตนต่อโจทก์เพื่อชำระหนี้ในเมื่อจำเลยผิดสัญญาและไม่ชำระหนี้เท่านั้น ธนาคารทหารไทยจำกัดมิได้วางเงินตามสัญญาค้ำประกันให้ไว้ต่อโจทก์ขณะเมื่อจำเลยเข้าทำสัญญากับโจทก์ หนังสือค้ำประกันจึงมิใช่เป็นมัดจำตามความหมายดังบัญญัติไว้ในมาตรา 377 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วนการที่ธนาคารทหารไทยจำกัดชำระเงินตามหนังสือค้ำประกันให้โจทก์ในภายหลัง ในเมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้วนั้น ถือได้เพียงว่าธนาคารทหารไทยจำกัดได้ปฏิบัติตามข้อผูกพันตามหนังสือค้ำประกัน หาทำให้เงินที่ชำระกลายเป็นมัดจำไปไม่ ฉะนั้น เมื่อหนังสือค้ำประกันไม่ใช่มัดจำและตามสัญญามิได้มีข้อความระบุให้ริบเงินที่ชำระตามหนังสือค้ำประกัน โจทก์จึงจะริบเงินจำนวนนี้ไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ใช่คู่สัญญากับจำเลยนั้น ตามสัญญาระบุว่าพลตรีเสถียร พจนานนท์ เป็นคู่สัญญากับจำเลย โดยคำสั่งกองทัพบกจึงถือได้ว่าพลตรีเสถียร พจนานนท์ ได้ลงชื่อเป็นคู่สัญญาในฐานะเป็นผู้รับมอบอำนาจจากกองทัพบก กองทัพบกจึงมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้อง
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า เฉพาะค่าปรับ ให้จำเลยชดใช้ให้โจทก์เป็นเงิน 26,781 บาท และโจทก์ไม่มีสิทธิริบเงินตามสัญญาค้ำประกัน นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

