ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นประธานและผู้จัดการบริษัทสหมิตรผ่านศึกจำกัด มีหน้าที่จัดซื้อและขายสินค้าอันเป็นธุรกิจ ของบริษัทผ่านศึก จำกัด และได้รับมอบหมายให้ดูแลรักษาทรัพย์ และเงินสดของบริษัทสหมิตรผ่านศึก จำกัด ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2494 ถึงวันที่ 25 มีนาคม 2494 จำเลยยักยอกเอาเงินของบริษัทสหมิตรผ่านศึก จำกัด ซึ่งจำเลยได้รับมอบหมายให้เก็บรักษา เป็นอาณาประโยชน์ส่วนตัวหลายครั้งเป็นเงิน 46,292 บาท 65 สตางค์ ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 314, 319

จำเลยให้การปฏิเสธ และต่อสู้ว่าฟ้องเคลือบคลุม

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 314 ให้จำคุก 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว เห็นว่าโจทก์น่าจะบรรยายรายการละเอียดอันเป็นสาระสำคัญให้ปรากฏในสำนวนโดยแจ้งชัดว่า จำเลยยักยอกเงินรายไหนประเภทใด จดรายการในบัญชีเงินค่าอะไร เพราะโจทก์รู้รายการละเอียดเหล่านี้ ในสำนวนการสอบสวนดีอยู่แล้ว ดังปรากฏตามผลของการตรวจบัญชีที่โจทก์ยื่นต่อศาล จำเลยจะได้มีโอกาสแก้ข้อหาได้เต็มที่เมื่อโจทก์ไม่ให้โอกาสจำเลยเข้าใจ และทราบรายการละเอียดในฟ้อง จำเลยย่อมเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ได้ชื่อว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม ฯลฯ

จึงพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th