ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2525 เวลาประมาณ 18 นาฬิกา จำเลยใช้มือทั้งสองบีบคอและกดศรีษะนางกัลยา อู่คงคา ให้จมน้ำโดยเจตนาฆ่าให้ตาย เป็นเหตุให้นางกัลยา อู่คงคา ถึงแก่ความตายเพราะขาดอากาศหายใจสมดังเจตนาของจำเลย เหตุเกิดที่ตำบลเกยไชย อำเภอชุมแสงจังหวัดนครสวรรค์ ก่อนคดีนี้จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 9 เดือน ฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 167/2524 ของศาลจังหวัดนครสวรรค์ จำเลยได้รับโทษและพ้นโทษดังกล่าวแล้วบังอาจมากระทำความผิดในคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 92

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ที่จำเลยรับสารภาพตลอดมาตั้งแต่ชั้นจับกุมนั้นไม่มีเหตุบรรเทาโทษเพราะผู้ใหญ่บ้านจับกุมจำเลยได้ทันใดหลังเกิดเหตุในบริเวณที่เกิดเหตุ เป็นการจำนนต่อหลักฐาน ให้ประหารชีวิตจำเลยไม่จำต้องเพิ่มโทษจำเลยตามขออีก

จำเลยอุทธรณ์ขอลดโทษ

ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืน

จำเลยฎีกาขอลดโทษ

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่านางกัลยา อู่คงคา ผู้ตายเคยเป็นภรรยาของจำเลยเกิดบุตรด้วยกัน 1 คนเป็นหญิงชื่อเด็กหญิงนก อู่คงคา ขณะเกิดเหตุอายุ 7 ปี ผู้ตายกับจำเลยเลิกกันก่อนเกิดเหตุปีเศษ ผู้ตายมีสามีใหม่แล้ว จำเลยยังกลับไปขอเงินแกมบังคับจากผู้ตายบ่อย ๆ วันเกิดเหตุผู้ตายไปเกี่ยวข้าวในนา จำเลยไปรับเด็กหญิงนกที่บ้านมารดาผู้ตายแล้วพาไปหาผู้ตายที่นา จำเลยขอเงินผู้ตาย ผู้ตายว่าให้ไปเอาที่บ้าน จำเลยขู่ว่าถ้าไม่ให้จะเอาเคียวกระชากคอ นางบุญชู อู่คงคา มารดาผู้เสียหายห้ามจำเลยก็ไม่ฟัง นางบุญชูจึงวิ่งกลับบ้านเพื่อหาคนช่วย ระหว่างนั้นจำเลยตีและเตะผู้ตายจนล้มลงไปในนาซึ่งมีน้ำขังอยู่ลึกประมาณ 1 ฟุต จำเลยตามลงไปกดคอผู้ตายจนถึงแก่ความตายเพราะขาดอากาศหายใจ เมื่อกระทำความผิดแล้วจำเลยวิ่งหนีแต่ถูกนายเจริญ พระโพธิ์ผู้ใหญ่บ้านไล่ตามจับตัวได้ จำเลยให้การรับสารภาพตลอดมาตั้งแต่ถูกจับกุมชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล

ข้อที่ต้องวินิจฉัยคือ มีเหตุที่จะลดโทษให้แก่จำเลยหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยเป็นการข่มเหงรังเกเอาแก่สตรีผู้อ่อนแอกว่าโดยปราศจากความเมตตาปราณีและโดยไม่มีเหตุอันน่าเห็นใจแต่อย่างใดเลย จำเลยกระทำความผิดต่อหน้าพยานทั้งถูกจับกุมได้ในทันทีหลังเกิดเหตุ เช่นนี้ เห็นได้ว่าจำเลยจำนนต่อพยานหลักฐานดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย ไม่มีเหตุจะลดโทษให้แก่จำเลยได้ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th