ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นทายาทโดยธรรมของนายย่งจุ้ย แซ่โง้วโดยเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย นายย่งจุ้ยเสียชีวิตไปแล้วจำเลยจึงต้องรับผิดในทรัพย์สินกองมรดกของนายย่งจุ้ยซึ่งตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมาย นายย่งจุ้ยเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองอาคารตึกแถว 3 ชั้น จำนวน 8 ห้อง และตึกแถว 2 ชั้น จำนวน34 ห้อง ตั้งอยู่เลขที่ 204, 206, 208, 210, 214, 216, 218,220, 214/1-17, 210/1-17 ซอยอ่อนนุช แขวงพระโขนง เขตพระโขนงกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องรับผิดภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี 2531 รวมค่าภาษีและเงินเพิ่มทั้งสิ้น 64,185 บาท ต่อมาพนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจพบว่านายย่งจุ้ยได้ถึงแก่ความตายไปแล้ว จำเลยเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายย่งจุ้ยจึงต้องรับผิดในหนี้ภาษีโรงเรือนและที่ดินที่ค้างต่อโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าภาษีโรงเรือนและเงินเพิ่มจำนวน 64,185 บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว เนื่องจากได้มีการแจ้งการเสียชีวิตของนายย่งจุ้ยต่อสำนักงาน เขตบางกอกน้อยเมื่อปี 2533 ซึ่งนายพิจิตต รัตตกุล ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครย่อมต้องทราบถึงการตายของนายย่งจุ้ยเกินกว่า 1 ปีแล้ว เพราะนายพิจิตตเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2539 โจทก์ฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2541 ซึ่งเป็นเวลาเกือบ 2 ปี นับแต่วันที่รับตำแหน่ง คดีจึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยในฐานะทายาทของนายย่งจุ้ย แซ่โง้ว รับผิดชำระค่าภาษีโรงเรือนและที่ดินและเงินเพิ่ม จำนวน 64,185 บาท แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่า นายย่งจุ้ยตายเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2533 ได้แจ้งการตายต่อนายทะเบียนท้องถิ่นเขตบางกอกน้อย เมื่อวันที่ 10กุมภาพันธ์ 2533 แม้โจทก์จะเป็นนิติบุคคลมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้กระทำการแทนแต่สำนักงานเขตบางกอกน้อยเป็นหน่วยงานตัวแทนของโจทก์จึงต้องถือว่าโจทก์ได้ทราบการตายของนายย่งจุ้ยตั้งแต่วันที่10 กุมภาพันธ์ 2533 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2541จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม แล้วนั้น เห็นว่า โจทก์มีนายไกรสิทธิ์ ทองโชค นิติกรของโจทก์เบิกความว่า ทางกองกฎหมายและคดีได้ทำบันทึกให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรับทราบถึงการตายของนายย่งจุ้ยเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2541 ตามเอกสารหมาย จ.1 แผ่นที่ 25 และนายพิจิตต รัตตกุล ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงลายมือชื่อรับทราบการตายของนายย่งจุ้ยเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2541 โดยจำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งให้เห็นเป็นอย่างอื่นข้อเท็จจริงจึงเชื่อได้ว่า นายพิจิตตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพิ่งทราบการตายของนายย่งจุ้ยเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2541 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2541 จึงยังไม่พ้นกำหนด 1 ปี นับแต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รู้ถึงความตายของนายย่งจุ้ย ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ที่จำเลยอ้างว่าสำนักงานเขตบางกอกน้อยเป็นหน่วยงานตัวแทนของโจทก์จึงต้องถือว่าโจทก์รับทราบตั้งแต่มีการรับแจ้งการตายของนายย่งจุ้ยนั้น เห็นว่า โจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลมีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร การนับอายุความจึงต้องเริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรู้ถึงการตายของนายย่งจุ้ยมิใช่นับแต่วันที่สำนักงานเขตบางกอกน้อยรับแจ้งการตายของนายย่งจุ้ย

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th