ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
10,000+
ทนายความตัวจริง
500+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยมีเจตนาข่มขืนกระทำชำเราได้ใช้กำลังประทุษร้ายกอดปลุกปล้ำนางสาวสุภารัตน์ อาจสาลีผู้ตาย ซึ่งมิใช่ภริยาตน แต่การกระทำของจำเลยไม่บรรลุผล เนื่องจากผู้ตายขัดขืน จำเลยจึงฆ่าผู้ตายเพื่อปกปิดความผิดที่จำเลยพยายามข่มขืนผู้ตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 91, 276, 288, 289
จำเลยให้การรับสารภาพฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดการกระทำความผิดอื่นของตนแต่ปฏิเสธฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278, 289(7) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำอนาจารลงโทษจำคุก 5 ปี ฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนลงโทษประหารชีวิต แต่เมื่อรวมโทษทั้งสองกรรมแล้วคงให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่าคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมสอบสวนและในชั้นศาลมีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หรือไม่เห็นว่า คดีนี้โจทก์มีพยานแวดล้อมกรณีมาสืบอย่างมั่นคงปราศจากสงสัยว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุ หลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจตรวจพบเสื้อผ้าของจำเลยที่จำเลยสวมใส่ขณะเกิดเหตุมีคราบโลหิตมนุษย์ติดอยู่ และผลการตรวจพิสูจน์พบรอยนิ้วมือของจำเลยที่ขาเก้าอี้ที่ใช้เป็นอาวุธตีทำร้ายผู้ตายกับพบเส้นผมของจำเลยติดอยู่ที่คราบโลหิตตรงขาของผู้ตายทั้งสองข้างนอกจากนี้ยังตรวจพบรอยขีดข่วนและรอยถลอกใหม่ที่บริเวณแขนและนิ้วมือทั้งสองข้างของจำเลย คดีจึงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายฆ่าผู้ตายเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนลำพังแต่พยานโจทก์ที่นำสืบมาก็เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ การที่จำเลยรับสารภาพดังกล่าวมาข้างต้นเกิดจากจำนนต่อพยานหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาแต่อย่างใด ไม่มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบกับพฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะร้ายแรง จึงไม่สมควรลดโทษให้จำเลย ที่ศาลล่างทั้งสองไม่ลดโทษให้จำเลยจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ









