ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า นายเนียมจิว แซ่เบ๊ผู้จัดการร้านค้าของจำเลยและเป็นตัวแทนของจำเลยได้จำนำแหวนเพ็ชรและเพ็ชรร่วงของจำเลยไว้กับโจทก์เป็นเงิน 30,000 บาทยอมเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวบังคับจำนำไปยังนายเนียมจิวและจำเลยแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยเสีย โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย
จำเลยต่อสู้ว่า นายเนียมจิวเป็นผู้จัดการมีหน้าที่เพียงซื้อขายเครื่องเพ็ชรพลอยรูปพรรณเท่านั้น หามีอำนาจเอาทรัพย์ของจำเลยไปจำนำไม่ และระหว่างนั้นจำเลยก็อยู่ต่างประเทศ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ตามฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาเห็นว่า ทางพิจารณาได้ความชัดว่า จำเลยเป็นเจ้าของร้านยี่ห้อย่งลีฮอง ได้ตั้งให้นายเนียมจิว เป็นผู้จัดการร้าน ซึ่งทำการซื้อขายเครื่องเพ็ชรและทอง และปรากฏว่าผู้จัดการได้นำเครื่องเพ็ชรและทองไปจำนำผู้อื่นเอาเงินมาใช้ในร้านเฉพาะรายที่โจทก์ฟ้องนี้ ก็ได้ความว่า ผู้จัดการจำนำเอาเงินเข้าบัญชีในร้านคดีไม่มีทางจะให้เห็น ผู้จัดการได้ทำนอกเหนืออำนาจอย่างใด อันจะทำให้จำเลยผู้เป็นเจ้าของไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย ศาลล่างพิพากษาชอบแล้ว
จึงพิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


