ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่นาและที่สวนพิพาทโดยอ้างว่าเป็นของโจทก์ ได้มาโดยได้รับมรดกจากนายชูสามี นางชุ้น และบิดา ด.ช.ช่วง ด.ญ.ช้อย
จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์สละสิทธิครอบครองที่พิพาท และจำเลยได้ใช้สิทธิครอบครองมาหลายปีแล้ว
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ขับไล่จำเลยออกจากที่สวน ส่วนที่นาให้ยกฟ้อง
โจทก์และจำเลยต่างฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อนายชูตายแล้ว นางชุ้นโจทก์ ผู้เป็นมารดา ด.ช.ช่วง ด.ญ.ช้อย ได้ตกลงยินยอมให้ที่นาและที่สวนเป็นสิทธิแก่ฝ่ายจำเลยตามที่อำเภอเปรียบเทียบ แม้การให้ความยินยอมจะไม่ชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 ก็ดี แต่ฝ่ายจำเลยได้เป็นผู้ครอบครองที่นามือเปล่ามาตั้งแต่ต้นที่อำเภอเปรียบเทียบจำเลยจึงได้สิทธิครอบครองที่นานั้นแล้ว ส่วนที่สวนนั้น จำเลยครอบครองมายังไม่ถึง 10 ปีโจทก์ยังไม่ขาดกรรมสิทธิ์ จำเลยจะอ้างว่าเป็นของจำเลยยังไม่ได้
ส่วนที่ว่า โจทก์ไม่ได้ยกเรื่อง มารดาไม่มีอำนาจจะให้ความยินยอมแทนบุตรตามที่อำเภอเปรียบเทียบเป็นข้ออ้างมาแต่ต้นศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องกระทบกระเทือนถึงสิทธิของผู้เยาว์ และเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 826/2492
จึงพิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


