ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยส่งตัวบุตรคืนแก่โจทก์จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีเด็กและเยาวชนวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้มีประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์มีสิทธิเรียกบุตรทั้งสองคืนจากจำเลยหรือไม่ เมื่อคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่าโจทก์จำเลยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ภายหลังจำเลยไม่ได้จดทะเบียนว่าเด็กเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตร ข้อเท็จจริงจึงเพียงพอที่จะวินิจฉัยคดีได้แล้วไม่จำเป็นต้องสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป ข้อที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่สมควรเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรทั้งสอง และจำเลยได้ฟ้องโจทก์ขอให้ศาลเพิกถอนอำนาจปกครองของโจทก์ที่มีต่อบุตรทั้งสองนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นในคดีนี้ ศาลมีอำนาจงดสืบพยานหลักฐานได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคสอง และข้อที่จำเลยฎีกาว่าขณะนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยเป็นบิดาชอบด้วยกฎหมายของบุตรทั้งสอง ทั้งจำเลยจดทะเบียนว่าเป็นบุตรแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยส่งบุตรทั้งสองคืนนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นข้อที่จำเลยกล่าวอ้างขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518มาตรา 7 จึงไม่รับวินิจฉัย ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยส่งตัวเด็กชายวีระพล โกสุมาพันธ์ และเด็กหญิงรัตนา โกสุมาพันธ์ คืนแก่โจทก์โดยให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยจึงเป็นการชอบแล้ว"
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา


