ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 24698 ตำบลหนองบัวอำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างคือบ้านชั้นเดียวสองหลังและห้องแถวไม้สองชั้นเป็นของนางสุภาพสิริยานนท์ จำเลยเป็นหลานนางสุภาพ ได้อาศัยอยู่ในบ้านซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างในที่ดินแปลงดังกล่าว เมื่อนางสุภาพถึงแก่ความตาย นางสิริยา บริบาลบรรพลเขตต์ เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ต่อมาโจทก์ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งบ้านที่จำเลยอาศัยอยู่จากนางสิริยา โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยพร้อมทั้งบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉยจึงขอบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านของโจทก์

จำเลยให้การว่า เดิมที่พิพาทตามฟ้องเป็นที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3) และไม่ใช่ที่ดินของนางสุภาพแต่เป็นของนางแก้ว พรหมประเสริฐ สิ่งปลูกสร้างในที่ดินเป็นของนางแก้วและนางประเพ็ญ สุระมรรคา มารดาจำเลย นางแก้วทำหนังสือมอบอำนาจให้นางสุภาพโอนที่พิพาทให้จำเลยและนายวีระพล สุระมรรคาพี่ชายจำเลย แต่นางสุภาพโอนที่พิพาทมาเป็นของตนเองแล้วได้บอกนางแก้วว่าจะไปออกโฉนดที่พิพาทก่อนแล้วจะโอนให้จำเลยและนายวีระพลในภายหลัง เมื่อออกโฉนดที่พิพาทแล้วนางสุภาพทำหนังสือมอบอำนาจให้นายอนันต์ มาศยคง โอนที่พิพาทให้จำเลยและนายวีระพล แต่ยังไม่ทันได้โอนที่พิพาทนางสุภาพถึงแก่ความตายเสียก่อน หนังสือมอบอำนาจจึงเป็นโมฆะ แต่เจตนาของนางสุภาพต้องการโอนที่พิพาทให้จำเลยและนายวีรพล ที่พิพาทจึงเป็นของจำเลยและนายวีรพล นางสิริยาโอนขายที่พิพาทให้โจทก์โดยเจตนาทุจริต โจทก์ได้ที่พิพาทมาโดยทราบดีว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบจำเลยฟ้องนางสิริยาและโจทก์ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความไม่โต้เถียงกันรับฟังได้ว่า เดิมที่พิพาทเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ นางสุภาพเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ เมื่อนางสุภาพถึงแก่ความตาย นางสิริยาบุตรสาวของนางสุภาพได้เป็นผู้จัดการมรดก นางสิริยาขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่พิพาทแล้ว จำเลยไม่ยอมออก ปัญหามีว่า จำเลยมีสิทธิอยู่ในที่พิพาทหรือไม่ จำเลยฎีกาประการแรกว่า นางแก้วสละสิทธิครอบครองที่พิพาทให้จำเลยแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิครอบครองที่พิพาทเห็นว่า จำเลยให้การว่า นางแก้วทำหนังสือมอบอำนาจให้นางสุภาพทำการโอนที่พิพาทให้แก่จำเลยกับนายวีรพล แต่นางสุภาพกลับไปโอนที่พิพาทเป็นชื่อของตนเอง ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างว่านางแก้วมีเจตนาที่จะโอนสิทธิครอบครองให้จำเลยโดยทำนิติกรรมและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป หาได้ให้การว่านางแก้วมีเจตนาสละสิทธิครอบครองให้จำเลยไม่ ดังนั้นที่จำเลยฎีกาว่า นางแก้วสละสิทธิครอบครองที่พิพาทให้จำเลย จึงเป็นคนละเรื่องกับที่จำเลยให้การ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า นางสุภาพได้จดทะเบียนโอนที่พิพาทเป็นของตนขัดต่อเจตนาของนางแก้ว นางสุภาพไม่มีสิทธิในที่พิพาท โจทก์ผู้รับโอนย่อมไม่มีสิทธิในที่พิพาทเช่นกันนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่านางแก้วยกที่พิพาทให้นางสุภาพ ที่พิพาทจึงเป็นของนางสุภาพ เมื่อนางสุภาพออกโฉนดที่ดินแล้วถึงแก่ความตาย นางสิริยาผู้จัดการมรดกของนางสุภาพขายที่พิพาทแก่โจทก์ โจทก์จึงมีกรรมสิทธิ์ในที่พิพาท เมื่อโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่ต่อไป จำเลยจึงไม่มีสิทธิอยู่ในที่พิพาท

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th