ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
แชทกับทนายส่วนตัว
การันตีได้รับคำตอบทันทีจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

10,000+

ทนายความตัวจริง

500+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Legardy App
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการ เมื่อระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2528 ถึงวันที่1 พฤศจิกายน 2530 เวลากลางวันติดต่อกัน จำเลยทั้งสองร่วมกันให้นายวินัย ชัยนุพันธ์ และบุคคลอื่นอีกหลายคนซึ่งเป็นลูกจ้างทำงานเกินเวลาทำงานปกติและทำงานในวันหยุดเพื่อประโยชน์แก่การผลิตการจำหน่ายและการบริการของจำเลยทั้งสองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายจำเลยทั้งสองให้นายวินัยทำงานเกินเวลาทำงานปกติไป520 ชั่วโมง โดยมิได้จ่ายค่าล่วงเวลาในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในเวลาทำงานปกติคิดเป็นชั่วโมงละ 12.62 บาท รวมเป็นเงิน 6,565 บาท ให้นายวินัยอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ข้อ 2, 8 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2, 3, 11, 34ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 3)ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2517 ข้อ 1 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 2, 8ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16เมษายน 2515 ข้อ 2, 3, 11 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 4 ธันวาคม 2517 ข้อ 1ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ปรับจำเลยทั้งสองคนละ 2,000 บาทคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามศาลล่างและให้ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองคนละ 2,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ในการวินิจฉัยข้อกฎหมาย ศาลฎีกาจึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยมาแล้ว ได้ความว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน 2530 ซึ่งเป็นวันหยุดจำเลยที่ 1ได้เปิดดำเนินการรณรงค์บริการซ่อมรถจักรยานยนต์ให้ลูกค้า จำเลยที่ 1 ให้ลูกจ้างมาทำงานในวันดังกล่าวโดยที่จำเลยที่ 1 ไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย แรงงานจังหวัดสุโขทัยได้กล่าวโทษจำเลยทั้งสองต่อพนักงานสอบสวน ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.20 ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า หนังสือกล่าวโทษดังกล่าวมิได้กล่าวหาจำเลยทั้งสองว่าได้กระทำผิดฐานให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2530พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหานี้ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น แต่เห็นว่า เรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ เห็นว่า ความผิดตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 นี้ ไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้ไม่มีผู้ใดร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ เมื่อความผิดปรากฏต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนชอบที่จะทำการสอบสวนได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง"

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา

sanook ข่าวสด มติชน spring

ปรึกษาทนายตัวจริง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย

"โดนโกง โดนประจาน" ปรึกษาได้ในคลิกเดียว

ทนายพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชม.
4.8/5
รีวิวจากผู้ใช้งานจริงมากกว่า 16000 รีวิว
เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th