ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 203,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 200,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2553 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องไม่ให้เกินกว่า 3,500 บาท กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 6,000 บาท

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพิพาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ตามทางนำสืบของจำเลยคงมีแต่คำเบิกความลอย ๆ ของจำเลยว่า จำเลยออกเช็คพิพาทมอบให้โจทก์เพื่อนำไปแลกเงินสดให้แก่จำเลย แต่จำเลยไม่ได้รับเงินจากโจทก์เช็คพิพาทจึงไม่มีมูลหนี้และโจทก์ไม่ยอมคืนเช็คแก่จำเลย แต่ทางนำสืบของจำเลยไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ดำเนินการอย่างใด ๆ เพื่อให้ได้รับเช็คพิพาทกลับคืนมาจากโจทก์ เช่น แจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจไว้เป็นหลักฐาน หรือแจ้งธนาคารให้ระงับการจ่ายเงินตามเช็คพิพาท หรือมีหนังสือทวงถามไปยังโจทก์ เพื่อจะใช้เป็นพยานหลักฐานอ้างอิงในภายหลัง อีกทั้งเช็คพิพาทมีจำนวนเงินถึง 200,000 บาท หากยังไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ขณะรับเช็ค จำเลยก็น่าจะทำบันทึกการรับเช็คให้โจทก์ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยจะมอบให้แก่โจทก์ไปโดยที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน เชื่อได้ว่าจำเลยออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้เงินกู้แก่โจทก์ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไม่ได้ลงวันที่ในเช็คพิพาทนั้น ในข้อนี้โจทก์เบิกความยืนยันว่า จำเลยเป็นผู้กรอกข้อความทุกอย่างในเช็คพิพาท ซึ่งไม่มีเหตุผลอันใดที่โจทก์จะเบิกความเท็จในข้อนี้เพราะแม้เช็คพิพาทไม่ลงวันที่ออกเช็ค ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 910 วรรคห้า ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติให้สิทธิโจทก์ผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายกระทำการโดยสุจริตสามารถจดวันตามที่ถูกต้องแท้จริงลงได้เองอยู่แล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า หากจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์จริงก็น่าจะมีหลักฐานการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือมาแสดงนั้น เห็นว่า คดีนี้ โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คพิพาท ในฐานะที่จำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็ค มิได้ฟ้องให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน จึงไม่จำต้องมีหลักฐานการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยมาแสดง ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ดังนั้น เมื่อภาระการพิสูจน์ตกแก่จำเลย แต่พยานหลักฐานของจำเลยรับฟังไม่ได้ จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็น

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2410/2555

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th