ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์เอาที่ดินมีโฉนดพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างขายฝากไว้กับจำเลยเป็นเงิน 3,000 บาทกำหนดไถ่ถอนได้ภายใน 5 ปี เมื่อขายฝากแล้ว โจทก์คงเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรายนี้ตลอดมา พอจวนครบกำหนดไถ่ถอนตามสัญญา โจทก์ได้นำเงินไปขอไถ่ถอนที่รายนี้จากสามีจำเลย และตัวจำเลย สามีจำเลยและตัวจำเลยต่างบิดพริ้ว ขอเลื่อนเวลาไถ่ถอนไป โจทก์ยินยอมครั้นถึงกำหนดที่บอกเลื่อนไว้ โจทก์นำเงินไปขอไถ่ถอนอีกคราวนี้จำเลยปฏิเสธไม่ยอมให้ไถ่ถอน อ้างว่าเกินกำหนดแล้วและปรากฏว่าเกินกำหนดเวลาไถ่ถอนไป 29 วันจริง โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องจำเลย อ้างว่าจำเลยหลอกลวงและขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรับไถ่ถอน

ศาลชั้นต้นเห็นว่า การที่ผัดผ่อนเวลาไถ่ถอน ไม่ทำให้กำหนดเวลาไถ่ถอนยืดยาวออกไปได้ เพราะจะเป็นการขยายเวลากำหนดไถ่ถอนซึ่งฝืนกฎหมาย เมื่อโจทก์มาขอไถ่ถอนเกินกำหนดในสัญญาจำเลยย่อมมีสิทธิ์ไม่ยอมให้ไถ่ถอนได้ พิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ไปพูดขอไถ่ถอน จำเลยตอบผลัดว่าสัญญายังไม่อยู่ ขอผัดไปวันหลัง โจทก์ยินยอมนั้น ยังไม่เป็นเหตุพอที่จะให้ถือว่า จำเลยได้เจตนาหลอกลวง หรือทำให้สิทธิ์ไถ่ถอนยืดออกไปได้ และจะยกมาตรา 5 มาปรับไม่ถนัดเพราะโจทก์ละเลยไม่ใช้สิทธิของตนเอง จึงพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th