ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีสัญชาติไทย ได้หนีบิดามารดาไปเที่ยวต่างประเทศโดยมิได้ทำหนังสือเดินทางเมื่อจะกลับประเทศไทยได้ขอทำหนังสือเดินทางกลับต่อกงสุลไทย ณ เมืองฮ่องกงแต่กงสุลไม่อนุญาตจึงต้องทำหนังสือเดินทางจีนเดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2501โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจคนเข้าเมืองขอพิสูจน์ว่าโจทก์เป็นคนไทย แต่พนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่สั่งแสดงว่าโจทก์เป็นคนสัญชาติไทยจำเลยกลับมีคำสั่งไม่ให้โจทก์อยู่ในประเทศไทยขอให้ศาลสั่งว่าโจทก์มีสัญชาติเป็นไทย มีสิทธิอยู่ในประเทศไทย และให้เพิกถอนคำสั่งจำเลย

ต่อมาโจทก์ถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1

จำเลยที่ 2, 3 ให้การว่าโจทก์ไม่ใช่บุคคลสัญชาติไทย ความจริงเป็นบุคคลสัญชาติจีนเกิดที่ประเทศจีน ได้เดินทางเข้ามาโดยมีหลักฐานแสดงว่าเป็นบุคคลสัญชาติจีน โจทก์ยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติ แต่พนักงานเจ้าหน้าที่ยังมิได้ออกคำสั่ง จำเลยยังมิได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง การที่โจทก์เดินทางเข้ามาโดยแจ้งว่าเป็นบุคคลสัญชาติจีน แล้วกลับมาขอพิสูจน์ว่าเป็นบุคคลสัญชาติไทยเช่นนี้ ถือว่าใช้สิทธิในทางไม่สุจริต จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าโจทก์มีสัญชาติเป็นคนไทย มีสิทธิอยู่ในประเทศไทยได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

  1. ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยยังไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ ๆ ยังไม่มีอำนาจฟ้องนั้น เห็นว่า ในการที่โจทก์เดินทางเข้ามาในประเทศไทย จำเลยอนุญาตให้โจทก์อยู่ได้เพียงชั่วคราว เพราะถือว่าโจทก์มีสัญชาติจีน โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติต่อกองตรวจคนเข้าเมือง ว่าโจทก์เป็นคนไทยโดยยื่นเมื่ออยู่ในประเทศไทยแล้วเดือนเศษ แต่จำเลยก็ไม่สั่งประการใด โจทก์รออยู่หลายเดือนไม่ได้รับทราบ จึงได้ยื่นฟ้องคดีนี้ ดังนี้ย่อมเห็นได้ว่า เมื่อครบกำหนดระยะเวลาที่จำเลยอนุญาตให้โจทก์พักอยู่ได้ในประเทศไทย โจทก์ก็จะต้องเดินทางกลับออกไปจากประเทศไทย เพราะจำเลยถือว่าโจทก์มีสัญชาติจีนทั้งที่โจทก์ก็ยืนยันอยู่ว่าเป็นคนไทยมีสิทธิอยู่ในประเทศไทยได้ เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้วโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้

  2. ข้อที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตนั้น เห็นว่าแรกเริ่มโจทก์ก็ได้แสดงต่อกงสุลไทย ณ เมืองฮ่องกงว่าโจทก์เป็นคนไทย แต่กงสุลไทยไม่ออกหนังสือเดินทางให้ และโจทก์ต้องการเข้ามาในประเทศไทยเพื่อขอพิสูจน์ว่าเป็นคนไทย จึงต้องแจ้งต่อทางการเมืองฮ่องกงว่าเป็นคนจีนจึงได้รับหนังสือสำคัญแสดงรูปพรรณว่าเป็นคนจีน มิฉะนั้นก็ไม่มีทางเข้ามาในประเทศไทย โจทก์พยายามทุกวิถีทางที่จะใช้สิทธิของเขาเพราะถือว่ามีสัญชาติเป็นคนไทยหาเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตไม่

เมื่อวินิจฉัยข้อเท็จจริงด้วยแล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th