ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2510 เวลากลางวัน จำเลยได้ใช้อุบายหลอกลวงนายพยุง ชุลีกร ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนด 2 ฉบับ เนื้อที่รวม 200 ไร่ บอกขายให้ผู้เสียหายเป็นเงิน 720,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงตกลงรับซื้อ ทำสัญญาจ่ายเงินมัดจำและเงินค่าซื้อที่ดินให้จำเลยรับไปแล้วรวม 540,000 บาท ความจริงจำเลยไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว เหตุเกิดที่ตำบลถนนเพชรบุรี อำเภอพญาไท จังหวัดพระนคร ผู้เสียหายร้องทุกข์ภายในอายุความแล้ว ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341

จำเลยให้การปฏิเสธ

นายพยุง ชุลีกร และนางพยอม กลัดจ่าย ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดดังฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 6 เดือนและปรับ 2,000 บาท ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 540,000 บาทแก่โจทก์ร่วม

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้จะฟังว่านางพยอมเป็นผู้เสียหายร่วมกับนายพยุงแต่โจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยได้ฉ้อโกงนางพยอมด้วย จึงให้ยกคำร้องของนางพยอมที่ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ฟ้องของโจทก์ไม่ใช่ฟ้องซ้ำและเชื่อว่าจำเลยกระทำผิด พิพากษายืน

จำเลยฎีกา (1) ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาแดงที่ 4205/2511 ของศาลอาญา

(2) ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมของนางพยอมผู้เสียหายแล้ว ถ้อยคำและกระบวนพิจารณาใด ๆ ที่นางพยอมโจทก์ร่วมได้กระทำจะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ไม่ได้

(3) ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิด

ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาข้อ 1 คดีอาญาอันจะถือว่าเป็นฟ้องซ้ำนั้นจะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการ ดังนี้ (1) จำเลยในคดีก่อนและคดีหลังจะต้องเป็นบุคคลคนเดียวกัน และ (2) ประเด็นข้อกล่าวหาในเหตุอันเดียวกันกับ (3) มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้อง สำหรับคดีนี้และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4205/2511 ที่จำเลยถูกฟ้อง ประเด็นข้อกล่าวหาเป็นคนละเหตุกัน ฉะนั้น คดีที่จำเลยถูกฟ้องนี้จึงมิใช่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) โดยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าคดีเข้าหลักเกณฑ์อื่นอีกหรือไม่

ประเด็นข้อ 2 เห็นว่า เมื่อชั้นเดิมศาลชั้นต้นได้สั่งอนุญาตให้นางพยอมเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือแล้ว นางพยอมก็ย่อมมีสิทธิดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีที่ได้รับอนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมได้ แม้ต่อมาภายหลังศาลอุทธรณ์จะได้พิพากษาให้ยกคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมของนางพยอมเสียก็ตาม ก็เป็นแต่เพียงทำให้นางพยอมไม่ได้รับผลของการฟ้องคดีเท่านั้น มิได้ทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของนางพยอมคู่ความในคดีกลับกลายเป็นเสียเปล่าไปแต่อย่างใดเลย และพยานหลักฐานที่นางพยอมโจทก์ร่วมอ้างอิงมา ศาลย่อมนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานสำหรับคดีของผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือและนายพยุงโจทก์ร่วมอีกคนหนึ่งเพื่อประมวลวินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคดีได้ โดยไม่ถูกจำกัดให้ต้องฟังแต่เฉพาะคดีของโจทก์แต่ละคน

ประเด็นข้อ 3 ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมาฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th