ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องหาว่า คณะกรมการอำเภอได้ประเมินเรียกเก็บภาษีร้านค้าโรงบ่มใบยาของโจทก์เป็นเงิน 2,700 บาท เมื่อ พ.ศ. 2491 และเมื่อพ.ศ. 2492 ได้ประเมินภาษีร้านค้าสำหรับ พ.ศ. 2492 จากโจทก์อีกเป็นเงิน 4,180 บาท กับเรียกค่าปรับอีก 836 บาท ซึ่งโจทก์เห็นว่าโรงบ่มใบยาของโจทก์ไม่ใช่สถานที่ประกอบหรือดำเนินกิจการค้าจึงขอให้บังคับจำเลยคืนหรือสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่คืนเงินที่เรียกเก็บไปดังกล่าวให้โจทก์

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการเก็บภาษีร้านค้าสำหรับโรงบ่มใบยาดังกล่าวเงิน 3,700 บาท กับค่าปรับ 836 บาท ข้อหาโจทก์นอกนั้นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โดยเห็นว่าเมื่อเจ้าพนักงานได้ทำการประเมิน แล้วผู้เสียภาษีต้องเสียตามนั้น ถ้าเห็นว่าเจ้าพนักงานประเมินไม่ถูก ก็ให้อุทธรณ์ต่อข้าหลวงประจำจังหวัดหรืออธิบดีแล้วแต่กรณีต่อจากนั้น จึงจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยของข้าหลวงประจำจังหวัดหรืออธิบดีต่อศาลได้

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อมีบทบัญญัติของกฎหมายไว้เป็นพิเศษให้อำนาจศาลไว้แต่เฉพาะในกรณีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของข้าหลวงประจำจังหวัดเท่านั้น ดังนี้ เมื่อโจทก์ไม่จัดการอุทธรณ์ตามเกณฑ์และวิธีการดังที่กฎหมายอันว่าด้วยการนั้น สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีขึ้นสู่ศาลก็หามีไม่ ศาลไม่มีอำนาจจะประทับรับฟ้องไว้พิจารณา แม้จำเลยจะไม่คัดค้านแต่ต้น ศาลก็พิพากษายกฟ้องโจทก์เสียได้ เพราะเป็นเรื่องอำนาจฟ้องอันนับเนื่องว่าเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

จึงพิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th