ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานจัดส่งเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2542 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ โดยที่โจทก์มิได้กระทำความผิดและมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ทำงานมานาน 3 ปี 6 เดือนมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายจำนวน 180 วัน เป็นเงิน36,180 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 29 วัน เป็นเงิน5,829 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 5,829 บาท และค่าชดเชยเป็นเงิน 36,180 บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2542 โจทก์ได้รับมอบหมายจากจำเลยให้ดูแลการรับน้ำมันเชื้อเพลิง และเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลห้องเก็บคลังน้ำมันเชื้อเพลิง แต่โจทก์ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงโดยไม่ได้ล็อกกุญแจห้องเก็บน้ำมัน อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานจำเลยได้มีหนังสือเตือนโจทก์ เมื่อวันที่ 15 และ 17 พฤษภาคม 2542 จำเลยมอบหมายให้โจทก์มีหน้าที่รับผิดชอบในการตักน้ำมัน แต่โจทก์ได้แสดงกิริยากระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาและละทิ้งหน้าที่ไปโดยไม่มีเหตุอันสมควรจำเลยได้ตักเตือนโจทก์เป็นหนังสือ และเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2542 โจทก์ได้แสดงกิริยากระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชาและละทิ้งหน้าที่ไปอีกเป็นการกระทำความผิดซ้ำคำเตือน จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า นายวิมลไม่เคยสั่งให้ลูกจ้างคนอื่นทำความสะอาดในลักษณะที่สั่งให้โจทก์ทำคำสั่งของนายวิมลดังกล่าวเป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม เป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ การฝ่าฝืนคำสั่งของนายจ้างที่ลูกจ้างจะไม่ได้รับค่าชดเชยต้องเป็นคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม เมื่อคำสั่งของนายจ้างไม่เป็นธรรม แม้ลูกจ้างจะฝ่าฝืนนายจ้างก็ยังมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าชดเชย การที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายวิมลที่ไม่เป็นธรรมไม่เป็นการละทิ้งหน้าที่ ไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และไม่ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา พิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 5,829 บาทและค่าชดเชยจำนวน 36,180 บาท แก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า คำสั่งของนายวิมล หัวหน้าแผนกจัดส่ง ผู้บังคับบัญชาของโจทก์ที่ใช้ให้โจทก์ไปตักน้ำมันและไขน้ำมันจากท่อน้ำซึ่งท่อน้ำดังกล่าวเป็นท่อน้ำรวมในโรงงานมีน้ำสกปรกไหลผ่าน โดยนายวิมลไม่เคยใช้ผู้อื่นทำมาก่อนเป็นคำสั่งที่เป็นธรรมหรือไม่ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุโจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่งมีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถัง การที่นายวิมลสั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมันและไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน จึงเป็นการสั่งให้ทำงานนอกหน้าที่ของโจทก์ เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงยุติแล้วว่านายวิมลก็ไม่เคยใช้ผู้อื่นทำมาก่อน และคำสั่งของนายวิมลเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ คำสั่งนายวิมลที่สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมันและไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th