ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า บ้านพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์จะให้ผู้อื่นเช่า แต่จำเลยขัดขวางอ้างว่าบ้านเป็นของจำเลย ขอบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 600 บาท เป็นเวลา 11 เดือน เป็นเงิน6,600 บาท และห้ามเกี่ยวข้องกับบ้านพิพาท จำเลยให้การว่าจำเลยเป็นเจ้าของบ้านพิพาท ได้เคยให้โจทก์พักอาศัยชั่วคราวต่อมาโจทก์ย้ายไปรับราชการที่อื่น จำเลยจึงเข้าครอบครองบ้านพิพาทอยู่จนบัดนี้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าบ้านพิพาทเป็นของจำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าบ้านพิพาทเป็นโจทก์ พิพากษากลับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 6,600 บาท และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับบ้านพิพาท จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วฟังว่า บ้านพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์เสียหายเดือนละ 400 บาท และวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า'ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์เป็นหญิงมีสามีมิได้นำสามีมาเบิกความประกอบหนังสือให้ความยินยอมในการฟ้องคดี จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56บัญญัติให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวนความเท่านั้นไม่จำเป็นต้องนำสามีผู้ให้ความยินยอมมาเบิกความอีกและสามีโจทก์ก็เป็นทนายความให้โจทก์อยู่แล้วจึงไม่ทำให้ความสามารถในการดำเนินคดีของโจทก์บกพร่องฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นเว้นแต่เฉพาะค่าเสียหายฟังขึ้นบางส่วน'

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 4,400บาทนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th