ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายที่นาและส่งมอบที่นาให้โจทก์โดยสัญญาจะไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ภายใน 3 เดือน ถึงกำหนดจำเลยไม่ยอมจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ หากขัดข้องก็ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองที่ดินตาม น.ส.3 ให้โจทก์ หากไม่สามารถไปจดทะเบียน ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ที่จำเลยฎีกาว่า การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์รายนี้มิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงเป็นโมฆะเสียเปล่า โจทก์จะฟ้องขอให้บังคับจำเลยมิได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับฎีกาข้อนี้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่าในศาลอุทธรณ์ แต่เนื่องจากเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงรับวินิจฉัยให้ และเห็นว่าการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมเป็นโมฆะจริงดังที่จำเลยฎีกา แต่สำหรับการซื้อขายที่พิพาทรายนี้ โจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาเป็นหนังสือแล้วและตกลงกันว่าจำเลยจะจัดการโอนกรรมสิทธิ์ซึ่งหมายถึงการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดสามเดือน หากแต่จำเลยผิดสัญญาไม่ไปจัดการจดทะเบียนให้ตามกำหนดเท่านั้น โจทก์จึงต้องฟ้องจำเลยให้ไปจัดการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสัญญา กรณีเช่นนี้สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลยหาตกเป็นโมฆะไม่ เพราะอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้สมบูรณ์
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


