ค้นหาฎีกา

ระบุ เลขฎีกา หรือ คำค้นหา

สารบัญ

ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สอบถามได้ทุกเรื่องราวทางกฎหมาย
การันตีได้รับคำตอบจากทนายตัวจริง

คำปรึกษามากกว่า

35,000+

ทนายความตัวจริง

850+

เริ่มต้นปรึกษา
รีวิว 9,000+ คน
Law Link app
เนื้อหาฉบับเต็ม

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจเข้าไปก่อสร้างครอบครองป่าสงวนแห่งชาติหนองเม็ก - ลุมพุก และได้ไถปลูกปอและยึดถือครอบครองเนื้อที่ 12 ไร่ ทำให้ต้นประดู่และต้นนนทรีซึ่งปลูกใหม่เสียหาย 1,200 ต้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507มาตรา 14, 31 ฯลฯ

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 358 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, 31ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 2 ปีลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ให้จำเลยและบริวารออกจากป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าวด้วย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติผิดเฉพาะฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่เกิดเหตุเป็นป่าสงวนแห่งชาติ แต่เนื่องจากจำเลยเคยทำกินในที่พิพาทมาก่อน จึงได้รับผ่อนผันจากทางราชการให้อยู่อาศัยทำกินต่อไป ต่อมา พ.ศ. 2521 ทางราชการได้ปลูกต้นประดู่และต้นนนทรีลงในที่เกิดเหตุ ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2522 จำเลยเข้าไปไถในที่เกิดเหตุเนื้อที่ 12 ไร่ทำให้ต้นไม้ที่ทางราชการปลูกไว้ดังกล่าวเสียหาย การกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการกระทำอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 14 ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว

พิพากษายืน

หมายเลขคดีดำศาลฎีกา

แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

เข้าร่วมแพลตฟอร์มทนายออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย
งานปรึกษามากกว่า 20,000 งานต่อปี
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลเหล่านี้อาจไม่ใช่เวอร์ชันล่าสุด รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันหรือแม่นยำกว่า เราไม่รับประกันหรือรับประกันเกี่ยวกับความถูกต้อง ความสมบูรณ์ หรือความเพียงพอของข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ของรัฐ โปรดตรวจสอบแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการ
ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ : www.krisdika.go.th, deka.supremecourt.or.th