ปรึกษาทนายความได้ตลอด 24 ชั่วโมง
คำปรึกษามากกว่า
35,000+
ทนายความตัวจริง
850+


โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ได้ขับรถจักรยานยนต์สองล้อของนายนิยมหิรัญอ่อน ซึ่งถูกนายบรรทม นูมหันต์ เป็นคนร้ายลักไป ไว้จากนายบรรทม นูมหันต์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายฐานลักทรัพย์ และจำเลยที่ 2 ได้นำรถจักรยานยนต์สองล้อของนายนิยม หิรัญอ่อน ที่รับไว้ดังกล่าวไปช่วยจำหน่ายขายให้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 รับซื้อไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำผิดกฎหมายฐานลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 จำคุกจำเลยคนละ 1 ปี
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลดโทษจำเลยทั้งสองหนึ่งในสามคงจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 คนละ 8 เดือน
จำเลยที่ 2 ฎีกาในข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับฟ้องในข้อสารสำคัญ ควรที่จะยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่ารถจักรยานของผู้เสียหายถูกนายบรรทมลักไป แล้วจำเลยทั้งสองขับรถจักรยานของกลางไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์ ที่ ได้ มา โดย การกระทำความผิด ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณา โจทก์นำสืบว่าจำเลยที่ 2ซื้อรถจักรยานของกลางจากนายบรรทมแตกต่างกันตรงที่ว่า นายบรรทมมอบรถจักรยานของกลางให้จำเลยที่ 2 ไปขายนั้นศาลฎีกาเห็นว่า เหตุที่จำเลยที่ 2 ได้รถจักรยานของกลางมา จะโดยซื้อหรือรับไว้ด้วยประการใดก็ย่อมเป็นความผิดฐานรับของโจทก์ตามบทมาตราที่โจทก์ฟ้อง จึงไม่ถือว่าข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง อันจะต้องยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา


